วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

5.ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรองอย่างไร

71 ความคิดเห็น:

  1. ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
    2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
    3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
    3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
    3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า
    3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ24 สิงหาคม 2562 เวลา 00:07

    -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  3. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  4. ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  5. - ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง
    - ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ
    ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    1.พนักงาน ดูแลเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ การพัฒนาความรู้ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน
    2.ลูกค้า การรับผิดชอบต่อผู้บริโภคให้มีคุณภาพคุ้มราคา ได้รับสินค้าและบริการตามที่ต้องการ
    3.คู่ค้า ปฏิบัติต่อคู่ค้าตามสัญญาและเงื่อนไขต่างๆตามที่ตกลงไว้อย่างเคร่งครัด
    4.ผู้ถือหุ้น คำนึงถึงผลตอบแทนสูงสุด เน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก
    5.ชุมชนและสังคม ดูแลการก่อสร้างที่มีผลกระทบด้านเสียง /ฝุ่นละออง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนข้างเคียง
    6.สิ่งแวดล้อม การก่อสร้างอาคารสูงโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
    7.เศรษฐกิจ ยึดมั่นการเป็นผู้ประกอบการที่ดีเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
    8.หน่วยงานราชการ ปฏิบัติตามกฎหมายและรายงานผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
    9.คู่แข่ง ปฏิบัติต่อคู่แข่งในการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมและไม่ทำลายคู่แข่งด้วยกลวิธีต่างๆ

    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  6. 5. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองอย่างไร
    ตอบ : แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
    1. เคารพกฎหมาย
    2. พูดแต่ความจริง
    3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
    4. เคารพผู้อื่น
    5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
    6. สร้างการมีส่วนร่วม
    7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
    - พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
    - เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
    - เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
    - ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  7. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  8. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรอง ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  9. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
    จะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
    1. เคารพกฎหมาย
    2. พูดแต่ความจริง
    3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
    4. เคารพผู้อื่น
    5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
    6. สร้างการมีส่วนร่วม
    7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
    - พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
    - เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
    - เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
    - ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


    นายสุ​ก​ั​ลย์​ ​จันทร์​ตรี​ 12590087​

    ตอบลบ
  10. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  11. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรองดังนี้

    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่งขัน เจ้าหนี้

    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง เป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะชน และกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ


    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  12. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    - ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง
    - ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ

    ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  13. ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
    -ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป


    (น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)

    ตอบลบ
  14. ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้น มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ (Rights) มีความคาดหวัง (Expectations) และสามารถเรียกร้อง (Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
    1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ
    2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary Stakeholders) ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร

    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  15. ข้อ 5
    ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
    - เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
    ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
    - ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
    ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
    - มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  16. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  17. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ
      1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
      2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
      3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง
      4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
      5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
      6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
      7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่
      ปวีณา เกตุแย้ม 12590047

      ลบ
  18. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  19. ผู้บริหารควรมีแนวปฎิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ดังนี้
    - ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    - ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  20. ผู้บริหารต้องพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
    1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ
    2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
    ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
    1.เคารพกฎหมาย คือความรับผิดชอบต่อกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฎิบัติตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และไม่ตีความกฎหมาย โดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง
    2.พูดแต่ความจริง รวมถึง การไม่เจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
    3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น การใช้มาตรฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นเท่าเทียมกับมาตรฐานต่อตนเอง ย่อมนำมาซึ่งการยอมรับต่อสังคมในระดับหนึ่ง
    4. เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น
    5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    6.สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
    7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  21. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
    ผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของกิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน(เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดเนิำนโครงการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม ผู้มีอำนาจหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOsหรืออาจเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู็อาวุโส ฯลฯ อันเป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  22. ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ล้วนมีสิทธิ มีความคาดหวัง และสามารถเรียกร้อง อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรชัดเจน เพื่อให้การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นไปอย่างทั่วถึงและเหมาะสม โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
    1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร ส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร ได้แก่
    ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น ลูกค้า supplier เป็นต้น
    2. ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สื่อมวลชน เป็นต้น
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  23. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
    ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  24. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัง ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงส่วนใหญ่มีการพึ่งพาองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแต่ต่างกัน
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้รักผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  25. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)

    ตอบลบ
  26. -แบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นใหญ่และนักลงทุนสถาบัน เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า และบริษัทที่ถือหุ้น บุคลากรของชุมชนและสังคมในภาพรวม
    -ต้องจัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มอย่างพอเพียง
    -มีพันธะสัญญาต่อผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยไม่กระทำการใดอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางการค้า ในการปฏิบัติต่อคู่ค้า
    -ต้องดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และต้องไม่เอาเปรียบคู่ค้า โดยถือเอาประโยชน์ของเป็นที่ตั้ง
    -ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของบุคลากรของ ปตท. โดยไม่เอาเปรียบในการทำสัญญาจ้าง มีการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับศักยภาพเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรมีแรงจูงใจในการทำงาน มีการฝึกอบรม และให้การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย สร้างวินัยในการทำงาน ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง มีแผนชดเชยที่ดี หากมีเหตุให้บุคลากรต้องยุติการทำงานด้วยสาเหตุใดก็ตาม
    -ต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้การช่วยเหลือ สนับสนุน และสร้างประโยชน์แก่ชุมชน และสังคมในภาพรวม มีแผนการในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากธุรกิจมีแผนชดเชยที่ดี หากมีอุบัติเหตุ และมีการวางแผนแก้ไขอย่างยั่งยืน
    -ควรดำเนินการประชาสัมพันธ์สื่อความถึงความตระหนัก และความเอาใจใส่ที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
    (มณฑล น้ำแก้ว 12590065)

    ตอบลบ
  27. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (Primary stakeholders) คือ บุคคล หรือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจาก
    โครงการโดยตรง ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางบวกหรือลบ
    เช่น ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มักมีการแบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    โดยตรง ตามเพศ ชั้นทางสังคม รายได้ อาชีพ หรือกลุ่มผู้ใช้บริการ
    § ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary stakeholders) คือ บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงาน ที่
    เกี่ยวข้องในโครงการ ซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน (เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับ
    สัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ด าเนินโครงการ (เช่น กระทรวง/ ทบวง/ กรม ผู้มีอ านาจ
    หน้าที่) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง
    รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมา
    โดยตลอด

    บริษัทฯ มุ่งมั่นเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นในการดําเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีระบบบัญชีและการเงินที่มีความเชื่อถือได้ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นโดยคํานึงถึงการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว และผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องโดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนตัดสินใจดําเนินการใดๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย และเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มความสามารถ ไม่ดําเนินการใดๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อบริษัทฯ ไม่แสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง และไม่เปิดเผยข้อมูลลับต่อบุคคลภายนอก

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  28. ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
    -ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
    ( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )

    ตอบลบ
  29. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
    1.เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
    ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
    2.ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
    ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
    3.มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  30. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ รวมถึงพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
    ดังนั้นผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
    ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
    (นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  31. ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ(Rights) มีความคาดหวัง(Expectations) และสามารถเรียกร้อง(Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร บางกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ด้านการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรและมีการพึ่งพาอาศัยกัน บางกลุ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร บางกลุ่มสร้างและส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เป็นต้น ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร เพื่อให้การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ เป็นไปอย่างทั่วถึงและเหมาะสม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้

    1.ผู้มีส่วนได้เสียหลัก(Primary Stakeholder)
    ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป นอกจากนี้แต่ละกลุ่มยังมีพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กร
    ซึ่งขาดความรับผิดชอบต่อสังคมในกรณีต่างๆ แตกต่างกันออกไปด้วย

    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง(SecondaryStakeholders)
    ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  32. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย

    ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039

    ตอบลบ
  33. ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
    -ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป

    ( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )

    ตอบลบ
  34. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า
    2.ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ
    ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  35. ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
    2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
    3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
    3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
    3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า
    3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า

    นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036

    ตอบลบ
  36. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  37. ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
    -ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป

    นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  38. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ที่ต่างกัน
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  39. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  40. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  41. ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ
    1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
    2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
    3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง
    4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
    7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  42. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
    จะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
    1. เคารพกฎหมาย
    2. พูดแต่ความจริง
    3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
    4. เคารพผู้อื่น
    5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
    6. สร้างการมีส่วนร่วม
    7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
    - พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
    - เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
    - เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
    - ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  43. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  44. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
    (เบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  45. - บริษัทฯ กําหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ และปฏิบัติตามนโยบายและข้อกําหนดที่มีอยู่ในคู่มือหลักการกํากับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ อีกทั้งผู้บริหารทุกระดับจะต้องดูแลรับผิดชอบ
    และถือเป็นเรื่องสําคัญในการส่งเสริมให้พนักงานภายใต้การบังคับบัญชามีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตามคู่มือหลักการกํากับดูแลกิจการ
    ของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด

    - บริษัทฯ จะไม่ดําเนินการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือขัดกับหลักการกํากับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ หากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานกระทําผิดหลักการกํากับดูแลกิจการตามที่กําหนดไว้ จะได้รับโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด และหากมีการกระทําที่เชื่อได้ว่าทําผิดกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ และข้อบังคับของภาครัฐ บริษัทฯ จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่รัฐดําเนินการต่อไป หากพนักงานทุกระดับของบริษัทฯ ประสบปัญหาในการตัดสินใจหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจที่มิได้กําหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ
    พัชมน 12590053

    ตอบลบ

  46. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
    (นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013

    ตอบลบ
  47. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรอง ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
    (หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)

    ตอบลบ
  48. ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ได้แก่
    1. ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน
    องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม แต่การประกอบ
    ธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
    2. ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร
    องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ
    ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
    3. ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า
    การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน
    นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022

    ตอบลบ
  49. การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ย่อมเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียหลายกลุ่ม ตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ ภาครัฐ พนักงาน ไปจนถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละกลุ่มย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายความรับผิดชอบในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ดังนี้
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  50. ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ
    1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
    2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
    3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง
    4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
    7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่
    (สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  51. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  52. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  53. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน

    (สิริกร ราชมณี12590084)

    ตอบลบ
  54. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)

    ตอบลบ
  55. -ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ

    -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  56. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งได้ 2 ประเภท
    1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
    - ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับองค์กร
    - มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง
    - และผลประโยชน์ขององค์กร
    - ส่วนใหญ่พึ่งพากันกับองค์กร
    ได้แก่
    ลูกจ้าง (Employees)
    - ผลประโยชน์ ค่าตอบแทน
    ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ (Stockholders & Owners)
    - ผลประโยชน์ กำไร-เงินปันผลของผู้ถือหุ่น
    ลูกค้า (Customers)
    - ผลประโยชน์ สินค้าที่มีคุณภาพ
    ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Suppliers)
    - ผลประโยชน์ เงินจากการขายวัตถุดิบ
    คู่แข่ง (Competitors)
    - ผลประโยชน์ การปฏิบัติต่อองค์กรที่ดี เช่น ไม่ใส่ร้ายป้ายสี
    ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributors)
    - ผลประโยชน์ ได้รับสินค้าตามเวลาและเงื่อนไขเหมาะสม
    เจ้าหนี้ (Creditors)
    - ผลประโยชน์ เงินต้นพร้อมกับดอกเบี้ย

    2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    ชุมชนท้องถิ่น (Local Community)
    - ผลตอบแทนต่อองค์กร เกิดการจ้างงานในท้องถิน
    รัฐบาล (Government)
    - ผลตอบแทนต่อองค์กร ภาษี
    สภาพแวดล้อมระดับโลก (Global Environment)
    - ผลตอบแทนต่อองค์กร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
    นักรณรงค์เพื่อสังคม (Activist)(NGO)
    สื่อมวลชน (Mass Media)
    การรับฟังความเห็นของสาธารณชน (Public Hearings)
    กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ (Trade Associations)
    (นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)

    ตอบลบ
  57. ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งได้ 2 ประเภท
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
    ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )

    ตอบลบ
  58. ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
    (นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029)

    ตอบลบ
  59. ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้น มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ (Rights) มีความคาดหวัง (Expectations) และสามารถเรียกร้อง (Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
    1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ
    2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary Stakeholders) ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  60. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่าง ๆ
    ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  61. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
    ผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของกิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน(เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดเนิำนโครงการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม ผู้มีอำนาจหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOsหรืออาจเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู็อาวุโส ฯลฯ อันเป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด
    (นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)

    ตอบลบ
  62. ผู้บริหารควรมีแนวปฎิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ดังนี้
    - ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    - ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
    (นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์ 12590018)

    ตอบลบ
  63. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  64. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
    จะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
    1. เคารพกฎหมาย
    2. พูดแต่ความจริง
    3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
    4. เคารพผู้อื่น
    5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
    6. สร้างการมีส่วนร่วม
    7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
    - พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
    - เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
    - เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
    - ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  65. ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
    2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
    3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
    3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
    3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า
    3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ
  66. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
    จะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
    1. เคารพกฎหมาย
    2. พูดแต่ความจริง
    3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
    4. เคารพผู้อื่น
    5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
    6. สร้างการมีส่วนร่วม
    7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
    - พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
    - เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
    แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
    - เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
    - ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
    นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790

    ตอบลบ
  67. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    - ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง
    - ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ

    ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  68. ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  69. ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
    1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฎิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากับองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
    2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจ ตลอดจนพฤติกรรมและปฎิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  70. ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
    ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
    - เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
    ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
    - ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
    ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
    - มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ