ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่ 3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า 3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
- ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง - ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย1.พนักงาน ดูแลเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ การพัฒนาความรู้ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน2.ลูกค้า การรับผิดชอบต่อผู้บริโภคให้มีคุณภาพคุ้มราคา ได้รับสินค้าและบริการตามที่ต้องการ 3.คู่ค้า ปฏิบัติต่อคู่ค้าตามสัญญาและเงื่อนไขต่างๆตามที่ตกลงไว้อย่างเคร่งครัด4.ผู้ถือหุ้น คำนึงถึงผลตอบแทนสูงสุด เน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก5.ชุมชนและสังคม ดูแลการก่อสร้างที่มีผลกระทบด้านเสียง /ฝุ่นละออง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนข้างเคียง 6.สิ่งแวดล้อม การก่อสร้างอาคารสูงโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม 7.เศรษฐกิจ ยึดมั่นการเป็นผู้ประกอบการที่ดีเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ8.หน่วยงานราชการ ปฏิบัติตามกฎหมายและรายงานผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด9.คู่แข่ง ปฏิบัติต่อคู่แข่งในการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมและไม่ทำลายคู่แข่งด้วยกลวิธีต่างๆ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
5. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองอย่างไรตอบ : แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้1. เคารพกฎหมาย2. พูดแต่ความจริง3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น4. เคารพผู้อื่น5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย6. สร้างการมีส่วนร่วม7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรอง ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(อารียา ปานทอง 12590109)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้1. เคารพกฎหมาย2. พูดแต่ความจริง3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น4. เคารพผู้อื่น5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย6. สร้างการมีส่วนร่วม7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรองดังนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่งขัน เจ้าหนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง เป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะชน และกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่- ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง - ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้น มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ (Rights) มีความคาดหวัง (Expectations) และสามารถเรียกร้อง (Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ 2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary Stakeholders) ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ข้อ 5ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น- เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทความรับผิดชอบต่อพนักงาน- ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูงความรับผิดชอบต่อลูกค้า- มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง 2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่ ปวีณา เกตุแย้ม 12590047
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ผู้บริหารควรมีแนวปฎิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ดังนี้ - ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป - ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ผู้บริหารต้องพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ 2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้1.เคารพกฎหมาย คือความรับผิดชอบต่อกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฎิบัติตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และไม่ตีความกฎหมาย โดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง2.พูดแต่ความจริง รวมถึง การไม่เจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น การใช้มาตรฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นเท่าเทียมกับมาตรฐานต่อตนเอง ย่อมนำมาซึ่งการยอมรับต่อสังคมในระดับหนึ่ง4. เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น 5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน6.สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของกิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน(เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดเนิำนโครงการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม ผู้มีอำนาจหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOsหรืออาจเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู็อาวุโส ฯลฯ อันเป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ล้วนมีสิทธิ มีความคาดหวัง และสามารถเรียกร้อง อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรชัดเจน เพื่อให้การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นไปอย่างทั่วถึงและเหมาะสม โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร ส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร ได้แก่ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น ลูกค้า supplier เป็นต้น2. ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สื่อมวลชน เป็นต้น(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัง ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงส่วนใหญ่มีการพึ่งพาองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแต่ต่างกันผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้รักผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)
-แบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นใหญ่และนักลงทุนสถาบัน เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า และบริษัทที่ถือหุ้น บุคลากรของชุมชนและสังคมในภาพรวม -ต้องจัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มอย่างพอเพียง-มีพันธะสัญญาต่อผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยไม่กระทำการใดอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางการค้า ในการปฏิบัติต่อคู่ค้า -ต้องดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และต้องไม่เอาเปรียบคู่ค้า โดยถือเอาประโยชน์ของเป็นที่ตั้ง-ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของบุคลากรของ ปตท. โดยไม่เอาเปรียบในการทำสัญญาจ้าง มีการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับศักยภาพเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรมีแรงจูงใจในการทำงาน มีการฝึกอบรม และให้การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย สร้างวินัยในการทำงาน ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง มีแผนชดเชยที่ดี หากมีเหตุให้บุคลากรต้องยุติการทำงานด้วยสาเหตุใดก็ตาม-ต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้การช่วยเหลือ สนับสนุน และสร้างประโยชน์แก่ชุมชน และสังคมในภาพรวม มีแผนการในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากธุรกิจมีแผนชดเชยที่ดี หากมีอุบัติเหตุ และมีการวางแผนแก้ไขอย่างยั่งยืน -ควรดำเนินการประชาสัมพันธ์สื่อความถึงความตระหนัก และความเอาใจใส่ที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (Primary stakeholders) คือ บุคคล หรือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโดยตรง ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางบวกหรือลบเช่น ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มักมีการแบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ตามเพศ ชั้นทางสังคม รายได้ อาชีพ หรือกลุ่มผู้ใช้บริการ§ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary stakeholders) คือ บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในโครงการ ซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน (เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ด าเนินโครงการ (เช่น กระทรวง/ ทบวง/ กรม ผู้มีอ านาจหน้าที่) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องรวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด บริษัทฯ มุ่งมั่นเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นในการดําเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีระบบบัญชีและการเงินที่มีความเชื่อถือได้ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นโดยคํานึงถึงการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว และผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องโดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนตัดสินใจดําเนินการใดๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย และเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มความสามารถ ไม่ดําเนินการใดๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อบริษัทฯ ไม่แสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง และไม่เปิดเผยข้อมูลลับต่อบุคคลภายนอกศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น1.เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทความรับผิดชอบต่อพนักงาน2.ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูงความรับผิดชอบต่อลูกค้า3.มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ รวมถึงพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป ดังนั้นผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ(Rights) มีความคาดหวัง(Expectations) และสามารถเรียกร้อง(Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร บางกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ด้านการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรและมีการพึ่งพาอาศัยกัน บางกลุ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร บางกลุ่มสร้างและส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เป็นต้น ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร เพื่อให้การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ เป็นไปอย่างทั่วถึงและเหมาะสม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้1.ผู้มีส่วนได้เสียหลัก(Primary Stakeholder)ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป นอกจากนี้แต่ละกลุ่มยังมีพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรซึ่งขาดความรับผิดชอบต่อสังคมในกรณีต่างๆ แตกต่างกันออกไปด้วย2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง(SecondaryStakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า 2.ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่ 3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า 3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป -ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไปนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ที่ต่างกัน(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ -ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง 2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่ นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้1. เคารพกฎหมาย2. พูดแต่ความจริง3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น4. เคารพผู้อื่น5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย6. สร้างการมีส่วนร่วม7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม(เบญญาภา กรีรถ 12590044)
- บริษัทฯ กําหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ และปฏิบัติตามนโยบายและข้อกําหนดที่มีอยู่ในคู่มือหลักการกํากับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ อีกทั้งผู้บริหารทุกระดับจะต้องดูแลรับผิดชอบและถือเป็นเรื่องสําคัญในการส่งเสริมให้พนักงานภายใต้การบังคับบัญชามีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตามคู่มือหลักการกํากับดูแลกิจการของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด - บริษัทฯ จะไม่ดําเนินการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือขัดกับหลักการกํากับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ หากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานกระทําผิดหลักการกํากับดูแลกิจการตามที่กําหนดไว้ จะได้รับโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด และหากมีการกระทําที่เชื่อได้ว่าทําผิดกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ และข้อบังคับของภาครัฐ บริษัทฯ จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่รัฐดําเนินการต่อไป หากพนักงานทุกระดับของบริษัทฯ ประสบปัญหาในการตัดสินใจหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจที่มิได้กําหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯพัชมน 12590053
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน (นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรอง ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ได้แก่ 1. ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม แต่การประกอบ ธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2. ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ 3. ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ย่อมเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียหลายกลุ่ม ตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ ภาครัฐ พนักงาน ไปจนถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละกลุ่มย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายความรับผิดชอบในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ดังนี้1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง 2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่ (สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย (นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน(สิริกร ราชมณี12590084)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งได้ 2 ประเภท1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก - ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับองค์กร - มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง - และผลประโยชน์ขององค์กร - ส่วนใหญ่พึ่งพากันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้าง (Employees) - ผลประโยชน์ ค่าตอบแทน ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ (Stockholders & Owners) - ผลประโยชน์ กำไร-เงินปันผลของผู้ถือหุ่น ลูกค้า (Customers) - ผลประโยชน์ สินค้าที่มีคุณภาพ ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Suppliers) - ผลประโยชน์ เงินจากการขายวัตถุดิบ คู่แข่ง (Competitors) - ผลประโยชน์ การปฏิบัติต่อองค์กรที่ดี เช่น ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributors) - ผลประโยชน์ ได้รับสินค้าตามเวลาและเงื่อนไขเหมาะสม เจ้าหนี้ (Creditors) - ผลประโยชน์ เงินต้นพร้อมกับดอกเบี้ย2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ชุมชนท้องถิ่น (Local Community) - ผลตอบแทนต่อองค์กร เกิดการจ้างงานในท้องถิน รัฐบาล (Government) - ผลตอบแทนต่อองค์กร ภาษี สภาพแวดล้อมระดับโลก (Global Environment) - ผลตอบแทนต่อองค์กร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นักรณรงค์เพื่อสังคม (Activist)(NGO) สื่อมวลชน (Mass Media) การรับฟังความเห็นของสาธารณชน (Public Hearings) กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ (Trade Associations)(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งได้ 2 ประเภท1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม(นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้น มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ (Rights) มีความคาดหวัง (Expectations) และสามารถเรียกร้อง (Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ 2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary Stakeholders) ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่าง ๆผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของกิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรองบุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน(เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดเนิำนโครงการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม ผู้มีอำนาจหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOsหรืออาจเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู็อาวุโส ฯลฯ อันเป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด (นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
ผู้บริหารควรมีแนวปฎิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ดังนี้- ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป - ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป(นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์ 12590018)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้1. เคารพกฎหมาย2. พูดแต่ความจริง3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น4. เคารพผู้อื่น5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย6. สร้างการมีส่วนร่วม7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่ 3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า 3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้1. เคารพกฎหมาย2. พูดแต่ความจริง3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น4. เคารพผู้อื่น5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย6. สร้างการมีส่วนร่วม7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้นแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่- ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง - ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฎิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากับองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจ ตลอดจนพฤติกรรมและปฎิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น- เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทความรับผิดชอบต่อพนักงาน- ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูงความรับผิดชอบต่อลูกค้า- มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า
3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
ตอบลบ(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
- ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง
ตอบลบ- ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1.พนักงาน ดูแลเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ การพัฒนาความรู้ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน
2.ลูกค้า การรับผิดชอบต่อผู้บริโภคให้มีคุณภาพคุ้มราคา ได้รับสินค้าและบริการตามที่ต้องการ
3.คู่ค้า ปฏิบัติต่อคู่ค้าตามสัญญาและเงื่อนไขต่างๆตามที่ตกลงไว้อย่างเคร่งครัด
4.ผู้ถือหุ้น คำนึงถึงผลตอบแทนสูงสุด เน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก
5.ชุมชนและสังคม ดูแลการก่อสร้างที่มีผลกระทบด้านเสียง /ฝุ่นละออง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนข้างเคียง
6.สิ่งแวดล้อม การก่อสร้างอาคารสูงโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
7.เศรษฐกิจ ยึดมั่นการเป็นผู้ประกอบการที่ดีเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
8.หน่วยงานราชการ ปฏิบัติตามกฎหมายและรายงานผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
9.คู่แข่ง ปฏิบัติต่อคู่แข่งในการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมและไม่ทำลายคู่แข่งด้วยกลวิธีต่างๆ
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
5. ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรองอย่างไร
ตอบลบตอบ : แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
1. เคารพกฎหมาย
2. พูดแต่ความจริง
3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
4. เคารพผู้อื่น
5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
6. สร้างการมีส่วนร่วม
7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรอง ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(อารียา ปานทอง 12590109)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
ตอบลบจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
1. เคารพกฎหมาย
2. พูดแต่ความจริง
3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
4. เคารพผู้อื่น
5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
6. สร้างการมีส่วนร่วม
7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรองดังนี้
ตอบลบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่งขัน เจ้าหนี้
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง เป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะชน และกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ- ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง
- ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ
ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
ตอบลบ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
-ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้น มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ (Rights) มีความคาดหวัง (Expectations) และสามารถเรียกร้อง (Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
ตอบลบ1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ
2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary Stakeholders) ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ข้อ 5
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
- เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
- ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
- มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ
ลบ1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง
4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่
ปวีณา เกตุแย้ม 12590047
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ผู้บริหารควรมีแนวปฎิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ดังนี้
ตอบลบ- ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
- ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ผู้บริหารต้องพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
ตอบลบ1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ
2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
1.เคารพกฎหมาย คือความรับผิดชอบต่อกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฎิบัติตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และไม่ตีความกฎหมาย โดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง
2.พูดแต่ความจริง รวมถึง การไม่เจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น การใช้มาตรฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นเท่าเทียมกับมาตรฐานต่อตนเอง ย่อมนำมาซึ่งการยอมรับต่อสังคมในระดับหนึ่ง
4. เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น
5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
6.สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
ผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของกิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน(เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดเนิำนโครงการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม ผู้มีอำนาจหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOsหรืออาจเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู็อาวุโส ฯลฯ อันเป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ล้วนมีสิทธิ มีความคาดหวัง และสามารถเรียกร้อง อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรชัดเจน เพื่อให้การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นไปอย่างทั่วถึงและเหมาะสม โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
ตอบลบ1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร ส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร ได้แก่
ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น ลูกค้า supplier เป็นต้น
2. ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สื่อมวลชน เป็นต้น
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัง ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงส่วนใหญ่มีการพึ่งพาองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแต่ต่างกัน
ตอบลบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้รักผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ
น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)
-แบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นใหญ่และนักลงทุนสถาบัน เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า และบริษัทที่ถือหุ้น บุคลากรของชุมชนและสังคมในภาพรวม
ตอบลบ-ต้องจัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มอย่างพอเพียง
-มีพันธะสัญญาต่อผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยไม่กระทำการใดอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางการค้า ในการปฏิบัติต่อคู่ค้า
-ต้องดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และต้องไม่เอาเปรียบคู่ค้า โดยถือเอาประโยชน์ของเป็นที่ตั้ง
-ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของบุคลากรของ ปตท. โดยไม่เอาเปรียบในการทำสัญญาจ้าง มีการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับศักยภาพเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรมีแรงจูงใจในการทำงาน มีการฝึกอบรม และให้การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย สร้างวินัยในการทำงาน ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง มีแผนชดเชยที่ดี หากมีเหตุให้บุคลากรต้องยุติการทำงานด้วยสาเหตุใดก็ตาม
-ต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้การช่วยเหลือ สนับสนุน และสร้างประโยชน์แก่ชุมชน และสังคมในภาพรวม มีแผนการในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากธุรกิจมีแผนชดเชยที่ดี หากมีอุบัติเหตุ และมีการวางแผนแก้ไขอย่างยั่งยืน
-ควรดำเนินการประชาสัมพันธ์สื่อความถึงความตระหนัก และความเอาใจใส่ที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (Primary stakeholders) คือ บุคคล หรือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจาก
ตอบลบโครงการโดยตรง ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางบวกหรือลบ
เช่น ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มักมีการแบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
โดยตรง ตามเพศ ชั้นทางสังคม รายได้ อาชีพ หรือกลุ่มผู้ใช้บริการ
§ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary stakeholders) คือ บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงาน ที่
เกี่ยวข้องในโครงการ ซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน (เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับ
สัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ด าเนินโครงการ (เช่น กระทรวง/ ทบวง/ กรม ผู้มีอ านาจ
หน้าที่) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง
รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมา
โดยตลอด
บริษัทฯ มุ่งมั่นเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นในการดําเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีระบบบัญชีและการเงินที่มีความเชื่อถือได้ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นโดยคํานึงถึงการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว และผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องโดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนตัดสินใจดําเนินการใดๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย และเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มความสามารถ ไม่ดําเนินการใดๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อบริษัทฯ ไม่แสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง และไม่เปิดเผยข้อมูลลับต่อบุคคลภายนอก
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
ตอบลบ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
-ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
1.เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
2.ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
3.มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ รวมถึงพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
ดังนั้นผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ(Rights) มีความคาดหวัง(Expectations) และสามารถเรียกร้อง(Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร บางกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ด้านการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรและมีการพึ่งพาอาศัยกัน บางกลุ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร บางกลุ่มสร้างและส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เป็นต้น ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร เพื่อให้การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ เป็นไปอย่างทั่วถึงและเหมาะสม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้เสียหลัก(Primary Stakeholder)
ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป นอกจากนี้แต่ละกลุ่มยังมีพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กร
ซึ่งขาดความรับผิดชอบต่อสังคมในกรณีต่างๆ แตกต่างกันออกไปด้วย
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง(SecondaryStakeholders)
ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
ตอบลบ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
-ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า
2.ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ
ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า
3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้บริหารต้องพิจารณาและะบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กอย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
ตอบลบ-ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
-ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรอง (Secondary Stakeholders)ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ที่ต่างกัน
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ
ตอบลบ1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง
4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
ตอบลบจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
1. เคารพกฎหมาย
2. พูดแต่ความจริง
3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
4. เคารพผู้อื่น
5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
6. สร้างการมีส่วนร่วม
7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
(เบญญาภา กรีรถ 12590044)
- บริษัทฯ กําหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ และปฏิบัติตามนโยบายและข้อกําหนดที่มีอยู่ในคู่มือหลักการกํากับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ อีกทั้งผู้บริหารทุกระดับจะต้องดูแลรับผิดชอบ
ตอบลบและถือเป็นเรื่องสําคัญในการส่งเสริมให้พนักงานภายใต้การบังคับบัญชามีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตามคู่มือหลักการกํากับดูแลกิจการ
ของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด
- บริษัทฯ จะไม่ดําเนินการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือขัดกับหลักการกํากับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ หากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานกระทําผิดหลักการกํากับดูแลกิจการตามที่กําหนดไว้ จะได้รับโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด และหากมีการกระทําที่เชื่อได้ว่าทําผิดกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ และข้อบังคับของภาครัฐ บริษัทฯ จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่รัฐดําเนินการต่อไป หากพนักงานทุกระดับของบริษัทฯ ประสบปัญหาในการตัดสินใจหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจที่มิได้กําหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ
พัชมน 12590053
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
(นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และรอง ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ได้แก่
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน
องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม แต่การประกอบ
ธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2. ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร
องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ
ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3. ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า
การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ย่อมเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียหลายกลุ่ม ตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ ภาครัฐ พนักงาน ไปจนถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละกลุ่มย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายความรับผิดชอบในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ดังนี้
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ผู้บริหารและองค์กรสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้หลายระดับ หลายด้าน ตลอดจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารคิดพิจารณาในการแสงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยควรพิจารณาแนวปฏิบัติดัวต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐายขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบ
ตอบลบ1.เคารพกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เป็นการใช้มาตราฐานในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เท่าเทียมกับตนเอง
4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
6.สร้าวการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอการให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอย่างเต็มที่
(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
(สิริกร ราชมณี12590084)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
-ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
-ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ตอบลบผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งได้ 2 ประเภท
1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
- ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับองค์กร
- มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง
- และผลประโยชน์ขององค์กร
- ส่วนใหญ่พึ่งพากันกับองค์กร
ได้แก่
ลูกจ้าง (Employees)
- ผลประโยชน์ ค่าตอบแทน
ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ (Stockholders & Owners)
- ผลประโยชน์ กำไร-เงินปันผลของผู้ถือหุ่น
ลูกค้า (Customers)
- ผลประโยชน์ สินค้าที่มีคุณภาพ
ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Suppliers)
- ผลประโยชน์ เงินจากการขายวัตถุดิบ
คู่แข่ง (Competitors)
- ผลประโยชน์ การปฏิบัติต่อองค์กรที่ดี เช่น ไม่ใส่ร้ายป้ายสี
ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributors)
- ผลประโยชน์ ได้รับสินค้าตามเวลาและเงื่อนไขเหมาะสม
เจ้าหนี้ (Creditors)
- ผลประโยชน์ เงินต้นพร้อมกับดอกเบี้ย
2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
ชุมชนท้องถิ่น (Local Community)
- ผลตอบแทนต่อองค์กร เกิดการจ้างงานในท้องถิน
รัฐบาล (Government)
- ผลตอบแทนต่อองค์กร ภาษี
สภาพแวดล้อมระดับโลก (Global Environment)
- ผลตอบแทนต่อองค์กร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
นักรณรงค์เพื่อสังคม (Activist)(NGO)
สื่อมวลชน (Mass Media)
การรับฟังความเห็นของสาธารณชน (Public Hearings)
กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ (Trade Associations)
(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งได้ 2 ประเภท
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ
ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
ตอบลบ(นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029)
ผู้บริหารควรตระหนักว่าการบริหารองค์กรโดยทั่วไปนั้น มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรหลายกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีสิทธิ (Rights) มีความคาดหวัง (Expectations) และสามารถเรียกร้อง (Claims) อย่างใดอย่างหนึ่งจากองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
ตอบลบ1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับ
2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary Stakeholders) ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่าง ๆ
ผู้บริหารและองค์กรสามารถใช้แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ เคารพกฎหมาย พูดแต่ความจริงแสดงความเคารพต่อผู้อื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ทำร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
ผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของกิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน(เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดเนิำนโครงการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม ผู้มีอำนาจหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOsหรืออาจเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู็อาวุโส ฯลฯ อันเป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด
(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
ผู้บริหารควรมีแนวปฎิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ดังนี้
ตอบลบ- ผู้มีส่วนได้่ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประดยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
- ผู้มีส่วนได้ส่วยเสียรองได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก นักรณรงค์เพื่อสังคม สื่อมวลชน การรับฟังความเห็นของสาธารณชน กลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยยชน์/ความสนใจ ตลอดจนพฤิกรรมและปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ แตกต่างกันไป
(นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์ 12590018)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนใหญ่มีการพึ่งพาอาศัยกันกับองค์กร ได้แก่ ลูกจ้างผู้ถือหุ้นและเจ้าของลูกค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบคู่แข่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าและเจ้าหนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรรวมทั้งผู้สร้างและผู้ส่งผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กรได้แก่ชุมชนท้องถิ่นรัฐบาลสภาพแวดล้อมระดับโลกนักรณรงค์เพื่อสังคมสื่อมวลชนการรับฟังความเห็นของสาธารณชนและกลุ่มสมาคมการค้าต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจตลอดจนพฤติกรรมและปฏิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำที่แตกต่างกัน
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
ตอบลบจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
1. เคารพกฎหมาย
2. พูดแต่ความจริง
3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
4. เคารพผู้อื่น
5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
6. สร้างการมีส่วนร่วม
7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาว องค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม ทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงาน ในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริง ความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้า ที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
3.1 ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
3.2 การรับรู้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า
3.3 การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้า องค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ผู้บริหารควรมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและรอง
ตอบลบจะมีแนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบมี 4 ข้อ ดังนี้
1. เคารพกฎหมาย
2. พูดแต่ความจริง
3. ทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
4. เคารพผู้อื่น
5. ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
6. สร้างการมีส่วนร่วม
7. ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร เช่น ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้นและเจ้าของ ลูกค้า ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก : เช่น
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือลูกค้าเข้าใจเนื้อหาในสินค้าหรือบริการผิดไป
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดเห็นของพนักงาน และผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร เช่น ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาล สภาพแวดล้อมระดับโลก สื่อมวลชน เป็นต้น
แนวปฏิบัติในการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง : เช่น
- เคารพกฎหมาย ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะทะเบียนบริษัทกับตลาดหลักทรัพย์ การเสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ- ผู้มีส่วนได้เสียหลัก เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมและคู่แข่ง
- ผู้มีส่วนได้เสียรอง เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับ ประโยชนห์รอืผลกระทบทางออ้มจากการประกอบธรุกจิ ได้แก่ เศรษฐกจิของประเทศ และหนว่ยงานราชการ
ดังนี้ผู้บริหารควรตระหนักว่าองค์กรทั่วไปนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) เป็นกิจกรรมขององค์กรที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานภายใต้หลักการดำเนินงานที่ดีมีจริยธรรม แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั่นคือ พฤติกรรมของพนักงาน จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัย พบว่า การนำ CSR เข้ามาเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานขององค์กร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงบวกให้กับพนักงาน อาทิ ความพึงพอใจที่มีต่อองค์กรและการปฏิบัติงาน รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อองค์กร และช่วยลดพฤติกรรมความตั้งใจที่จะลาออกจากงาน นอกจากนี้พบว่า ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นนำไปสู่การสร้างสมรรถนะที่ดีในการปฏิบัติงานของตัวพนักงาน ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญกับพนักงานในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการคิด วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกและเป็นค่านิยมร่วมในองค์กรเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดของการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันให้สังคม
ตอบลบ(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ความรับผิดชอบขององค์กร เป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีปฎิสัมพันธ์ในการดำเนินงานโดยตรงกับองค์กร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลประโยชน์ขององค์กร และส่วนใหญ่มีการพึ่งพากับองค์กร โดยแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแตกต่างกันไป
2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง ได้แก่ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบต่อนโยบายหรือการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์ ความสนใจ ตลอดจนพฤติกรรมและปฎิกริยาตอบโต้ต่อการกระทำขององค์กรในกรณีต่างๆ
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่
ตอบลบความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
- เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
- ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงาน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ สรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
- มีระบบการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตราการรักษาความลับของลูกค้า ไม่ส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า และไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)