วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

2.ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกันอย่างไร ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆอย่างไร

73 ความคิดเห็น:

  1. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ23 สิงหาคม 2562 เวลา 23:08

    ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  3. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    -ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    -ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    -ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    -ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  4. การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
    (พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)

    ตอบลบ

  5. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  6. ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

    ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ

    ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม

    ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม


    (กุลปริยา แย้มเกษร 12590005)

    ตอบลบ
  7. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้  4  ระดับ  ดังนี้                                                    
                     - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ  (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี  บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น  การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว  องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้  ดังนั้น  พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้  เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน  ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด 
     - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย  (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง  องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม  กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน 
      - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม  (Ethical  Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย  ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม  เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ  แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ  ดังนั้น  ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า  ผู้ถือหุ้น  พนักงาน  ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน 
        - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์  (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง  ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า  ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย  ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  8. หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549: 31) 1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  9. การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้

    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด

    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
    1. ผู้บริโภค
    2. การแข่งขัน
    3. สิ่งแวดล้อม
    4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย

    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ

    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ

    ( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )

    ตอบลบ
  10. 2. ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกันอย่างไร ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆอย่างไร
    ตอบ : ระดับความรับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
    1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเหมาะ ที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    ความแตกต่าง ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ และ ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบที่องค์ทุกองค์กรต้องทำซึ่งเกิดจากระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้น แต่ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม และ ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นความรับผิดชอบที่มีปัจจัยหลักมาจากจิตใต้สำนึก ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริหารองค์กรเองเป็นส่วนใหญ่
    การรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆสามารถทำได้ดังนี้ เช่น
    (ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ)
    - ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคคาที่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นการกระจายผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นธรรม
    (ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย)
    - ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพไม่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยในการสร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง
    (ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ)
    - เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้บริหารบางคนอาจสมัครใจเข้าไปทำหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง
    เป็นต้น
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  11. ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคม
    ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  12. กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

    นายสุ​ก​ั​ลย์​ จันทร์​ตรี​ 12590087​

    ตอบลบ
  13. การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
    (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  14. ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้
    ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
    ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
    ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
    ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ

    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  15. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ

    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  16. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกเป็น4ระดับเริ่มจากระดับล่างขึ้นบน ได้แก่ 
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด ตัวอย่างการแสดงความรับผิดชอบต่อกฎหมาย ได้แก่ ประชาชนและองค์กรต่างไป เสียภาษีอย่างถูกต้องโดยไม่หลบเลี่ยง
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง 
    สรุปได้ว่าความแตกต่างนั่นคือ ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจจะมุ่งเน้นผลตอบแทนในเชิงเงินทอง แต่ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า ส่วนความรับผิดชอบต่อกฎหมายนั้นกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและมีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ผู้ที่ขาดความรับผิดชอบระดับจริยธรรมย่อมได้รับบทลงโทษในเชิงสังคมหลายๆ ประการ ที่แตกต่างจากกฎหมาย ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอาจได้รับการลงโทษด้วยวิธีการปรับ ยึดทรัพย์ จำคุก หรือ ประหารชีวิต ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบขององค์กร อาจได้รับโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือน หักเงินเดือนหรือภาคทัณฑ์ ส่วนความรับผิดชอบสมัครใจ เป็นการกระทำที่ได้ใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบ
    ที่จะกระทำดีเพื่อสังคม
    ปวีณา เกตุแย้ม 12590047

    ตอบลบ
  17. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ้บริหารควรมีความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจต่อสังคมภายนอกองค์กรด้วย เช่น ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย (Legal Responsibility)เป็นหน้าที่ที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติของตน เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียมกัน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม (Ethical Reponsibility) มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและมีบทลงโทษที่ชัดเจนแต่ผู้ที่ขาดความรับผิดชอบระดับจริยธรรมย่อมได้รับบทลงโทษในเชิงสังคมหลายๆประการ ที่แตกต่างจากกฏหมาย เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นธรรม และเป็นไปเพื่อความดีงามเหมาะสม มีคุณธรรม และถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ (Voluntary Responsibility)มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม ผู้บริหารแสดงคามรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไมเกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    (น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)

    ตอบลบ
  18. ข้อ 2
    ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
    ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง


    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  19. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
    ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
    1. ผู้บริโภค
    2. การแข่งขัน
    3. สิ่งแวดล้อม
    4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
    ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  20. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเช่น ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด เช่นการที่องค์กรเสียภาษีอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงโดยไม่หลบเลี่ยง
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรมเช่น ผู้บริหารยึดหลักการบริหารอย่างเที่ยงตรงมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง เช่นเมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
    ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  21. ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติของตน เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียมกัน ผู้บริหารหรือองค์กรที่มุ่งสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดจะต้องมีความรับผิดชอบต่อกฎหมายโดยไม่ฝ่าฝืนหรือแสวงหาประโยชน์จากการเลี่ยงกฎหมายด้วย
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม แตกต่างจากความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อกฎหมาย คือ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งเน้นการปฎิบัติในเชิงคุณค่า และมิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน
    4.ความรับผิดชอบโดยความสมัครใจ มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม คือ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    ผู้บริหารต้องพิจารณาความรับผิดชอบทั้ง 4 ข้อ ในการนำมาใช้ตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  22. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    1.ความรับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจ
    ในอดีต องค์กรธุรกิจได้ออกแบบและสร้างสรรค์ จัดหาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามสภาวะความเป็นจริงของสมาชิกทางสังคม โดยในขั้นแรกนั้นจะจูงใจโดยการกระตุ้นนักลงทุนก่อน เพราะองค์กรธุรกิจเป็นหน่วยธุรกิจพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคม ดังเช่น การผลิตสินค้าและบริการนั้นเป็นบทบาทหลักที่สำคัญที่สุดที่จำเป็นต่อผู้ริโภค และความต้องการในการยอมรับกระบวนในการสร้างผลกำไร โดยบางประเด็นทางด้านความคิดที่จูงใจโดยกำไรนั้น สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถนำไปสู่ผลกำไรที่สูงสุดได้ เพราะเป็นองค์กรธุรกิจที่ตั้งอยู่บนรากฐานความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรธุรกิจได้
    2. ความรับผิดชอบทางด้านกฎหมาย
    สังคมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลงโทษองค์กรธุรกิจที่พยายามจะสร้างกำไรโดยการจูงใจ ในขณะเดียวกันนั้น องค์กรธุรกิจได้คาดหวังว่าจะต้องเชื่อฟังยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายและบทบัญญัติที่ได้ประกาศไว้โดยรัฐบาล องค์กรธุรกิจต้องปฏิบัติตามภายใต้กฎระเบียบต่าง ๆ เหล่านั้น โดยเป็นการเติมเต็มของข้อผูกพันทางสังคมระหว่างองค์กรธุรกิจ และสังคม อีกทั้งองค์กรได้คาดหวังไว้ว่าจะต้องทำตามข้อกำหนดทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยความรับผิดชอบทางด้านกฎหมายนั้นได้สะท้อนมุมามองของระบบปฏิบัติ ดังนั้นองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม จึงต้องปฏิบัติตามภายใต้กรอบของกฎหมาย
    3. ความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรม
    แม้ว่าความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจและกฎหมายได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานทางด้านจริยธรรมว่ามีความเกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริต และความยุติธรรมนั้น สังคมมีความคาดหวังต่อการยอมรับในกิจกรรมการปฏิบัติทางด้านความรับผิดชอบด้านจริยธรรมขององค์กรด้วย แม้ว่าความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรมจะได้ประมวลไปสู่ความเป็นกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรมได้ชี้ให้เห็นมาตรฐาน บรรทัดฐาน หรือความคาดหวังที่สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภค ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น และสังคมในด้านการคำนึงถึงความยุติธรรม หรือเป็นการปกป้องผู้ถือหุ้นให้อยู่ในกฎระเบียบที่ถูกต้อง
    4.ความรับผิดชอบเชิงสาธารณะประโยชน์
    เป็นการกระทำที่องค์กรธุรกิจให้ความช่วยเหลือหรือบริจาคเพื่อเป็นการตอบสนองความคาดหวังของสังคมด้วยความเป็นพลเมืองที่ดีขององค์กรธุรกิจ อาจรวมถึงกิจกรรมที่เป็นการกระทำที่สนับสนุนความผาสุกของมนุษย์หรือความสัมพันธ์อันดีในทางธุรกิจ โดยทั้งผู้บริหารและลูกจ้างมีส่วนร่วมโดยการเป็นอาสาสมัครเพื่อร่วมช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นหรือปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคม ให้ดีขึ้น หรือการที่องค์การธุรกิจได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมด้วยการบริจาคเงิน การช่วยเหลือสนับสนุนงานทางด้านศิลปะ การศึกษาต่าง ๆ
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  23. ความรับผิดชอบจะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากล่างสุด ดังนี้
    1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่าง ๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าพลเมืองที่ประชาชนนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใด ๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ
    3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จะมุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า จะไม่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทบาทลงโทษ จริยธรรมจึงเป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
    4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าจริยธรรม ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  24. ความรับผิดชอบมี4ระดับ
    1.)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เศรษฐกิจแบบเสรี  บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น  การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว  องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้  ดังนั้น  พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้  เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน 
    2.) ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง  องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม
    3.) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม  ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย  ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม  เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ  แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ  ดังนั้น  ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    4.)ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความละออียดลึกซึ้งมีอุดมคติคือขณะที่รับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งผระพฤติกรรมที่ดีงามเหมาะสม
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  25. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  26. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ  (Economic Resp
                     ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี  บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น  การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว  องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้  ดังนั้น  พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้  เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน  ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด  โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง  รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า  ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด 
                     - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย  (Legal Responsibility)
                     นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง  องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม  กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน  ดังนั้น  กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง 
                     โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ  4  กลุ่มดังนี้ 
                     1.  ผู้บริโภค 
                     2.  การแข่งขัน 
                     3.  สิ่งแวดล้อม
                     4.  ความเท่าเทียมและความปลอดภัย 
                     - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม  (Ethical  Responsibility)
                     ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย  ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม  เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ  แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ  ดังนั้น  ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า  ผู้ถือหุ้น  พนักงาน  ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน 
                     การจัดการภาคการผลิตและบริการ  องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม  เช่น  การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม  (Ethical Dilemmas)  เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร  ตัวอย่างเช่น  การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้  แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด  หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses)  ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
                     ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม  แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว  องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ  ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ 
                     - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์  (Discretionary responsibilities)
                     เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง  ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า  ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย  ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม  โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน  การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ  แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า  การคืนกำไรสู่สังคม  องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม  ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  27. ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

    ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ

    ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม

    ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    (วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)

    ตอบลบ
  28. การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
    ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    (มณฑล น้ำแก้ว 12590065)

    ตอบลบ
  29. ระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบ

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  30. ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคม
    ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม
    ( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )

    ตอบลบ
  31. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  32. ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกัน และผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
    ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
    ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
    (นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  33. ระดับความรับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
    1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเหมาะ ที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    ความแตกต่าง ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ และ ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบที่องค์ทุกองค์กรต้องทำซึ่งเกิดจากระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้น แต่ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม และ ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นความรับผิดชอบที่มีปัจจัยหลักมาจากจิตใต้สำนึก ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริหารองค์กรเองเป็นส่วนใหญ่
    การรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆสามารถทำได้ดังนี้ เช่น
    (ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ)
    - ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคคาที่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นการกระจายผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นธรรม
    (ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย)
    - ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพไม่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยในการสร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง
    (ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ)
    - เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้บริหารบางคนอาจสมัครใจเข้าไปทำหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง
    เป็นต้น
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  34. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    -ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    -ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    -ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    -ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ

    ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039

    ตอบลบ
  35. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    -ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    -ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    -ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    -ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  36. การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้

    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด

    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
    1. ผู้บริโภค
    2. การแข่งขัน
    3. สิ่งแวดล้อม
    4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย

    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ

    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  37. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ

    นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036

    ตอบลบ
  38. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท
    1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  39. หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549
    1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย
    2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ
    3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น
    4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ

    นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  40. ความรับผิดชอบต่อสังคมทางการจัดการระดับความรับผิดชอบต่อสังคมที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ มี 4 ระดับ
    ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล
    - แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
    ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (ปฏิบัติตามกฎหมาย)เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี
    - การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ
    - หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
    ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม(กฎหมายไม่ได้กำหนด)จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้
    - ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ)
    - หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม
    Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
    ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม(ระดับสูงสุด)มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น
    - หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก
    - ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  41. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ

  42. การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
    1. ผู้บริโภค
    2. การแข่งขัน
    3. สิ่งแวดล้อม
    4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  43. ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
    -ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    -ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    -ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
    -ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  44. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082 )

    ตอบลบ
  45. วามรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  46. ระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
    ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ

    (เบญญาาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ


  47. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม
    ปัจจุบันนี้กระแสสังคมได้มีการเรียกร้องให้องค์การ ทั้งด้านการผลิตและบริการต้องรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้นและนี่คือการรับรู้ใหม่เกี่ยวกับบทบาทขององค์การที่ผู้บริหารมิอาจที่จะมองข้าม ในปัจจุบันเป็นจำนวนมากจากส่วนต่าง ๆ ของโลกต่างเฝ้ามองธุรกิจการดำเนินการขององค์การต่าง ๆ และคาดหวังว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะประพฤติปฏิบัติตน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า สิ่งแวดล้อม และสาธารณชนควบคู่กับการแสวงกำไร พันธะนี้เรียกว่า “ความรับผิดชอบต่อสังคม” (Social Responsibilities) จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารองค์การที่จะต้องทำความเข้าใจต่อพันธะทางสังคมและกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม
    ( นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013

    ตอบลบ
  48. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ

    (น.ส.หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)

    ตอบลบ
  49. - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
    ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
    1. ผู้บริโภค
    2. การแข่งขัน
    3. สิ่งแวดล้อม
    4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
    ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022

    ตอบลบ
  50. ความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้ง 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึงผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  51. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
    (สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  52. ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

    ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ

    ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม

    ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  53. หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549
    1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย
    2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ
    3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น
    4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
    (ชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  54. ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้
    ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
    ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
    ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
    ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  55. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    (สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)

    ตอบลบ
  56. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    -ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    -ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    -ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    -ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  57. ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม
    (Level of Social Responsibility)
    มี 4 ระดับ
    ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ

    ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    - เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร
    + ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล
    - แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง

    ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    - เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ
    + เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี
    - การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ
    - หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ

    ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    - จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้
    - ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร
    - หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม
    Ex.ลูกค้าแบนสินค้า

    ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    - มีความละเอียดลึกซึ้ง
    + สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้
    + ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น
    - หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก
    - ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    (นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)

    ตอบลบ
  58. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจ
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )

    ตอบลบ
  59. การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้

    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด

    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
    โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
    1. ผู้บริโภค
    2. การแข่งขัน
    3. สิ่งแวดล้อม
    4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย

    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ

    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  60. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
    (นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)

    ตอบลบ
  61. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ
    1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่าง ๆ
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  62. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ

    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้
    (นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)

    ตอบลบ
  63. การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
    (นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์12590018)

    ตอบลบ

  64. หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549: 31) 1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  65. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  66. ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคม
    ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม
    นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790

    ตอบลบ
  67. การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
    (วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)

    ตอบลบ

  68. ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
    -ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
    เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    -ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
    เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
    -ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
    จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
    -ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
    เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  69. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
    (ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  70. ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้
    ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
    ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
    ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
    ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
    (อัษฎาวุธ เขตเจริญ 12590106)

    ตอบลบ
  71. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
    4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
    ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  72. ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
    1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก
    2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประชาชาติของตน
    3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป้นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
    4.คสามรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความระเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  73. ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
    - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
    ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
    - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
    นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง


    - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
    ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
    - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
    เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ