ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม(กุลปริยา แย้มเกษร 12590005)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549: 31) 1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม 4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
2. ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกันอย่างไร ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆอย่างไรตอบ : ระดับความรับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเหมาะ ที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคมความแตกต่าง ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ และ ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบที่องค์ทุกองค์กรต้องทำซึ่งเกิดจากระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้น แต่ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม และ ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นความรับผิดชอบที่มีปัจจัยหลักมาจากจิตใต้สำนึก ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริหารองค์กรเองเป็นส่วนใหญ่การรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆสามารถทำได้ดังนี้ เช่น(ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ) - ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคคาที่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นการกระจายผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นธรรม(ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย)- ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพไม่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยในการสร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง(ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ)- เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้บริหารบางคนอาจสมัครใจเข้าไปทำหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเองเป็นต้นนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคมผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม (อารียา ปานทอง 12590109)
กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมนายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้องระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้าระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกเป็น4ระดับเริ่มจากระดับล่างขึ้นบน ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด ตัวอย่างการแสดงความรับผิดชอบต่อกฎหมาย ได้แก่ ประชาชนและองค์กรต่างไป เสียภาษีอย่างถูกต้องโดยไม่หลบเลี่ยง3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม 4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง สรุปได้ว่าความแตกต่างนั่นคือ ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจจะมุ่งเน้นผลตอบแทนในเชิงเงินทอง แต่ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า ส่วนความรับผิดชอบต่อกฎหมายนั้นกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและมีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ผู้ที่ขาดความรับผิดชอบระดับจริยธรรมย่อมได้รับบทลงโทษในเชิงสังคมหลายๆ ประการ ที่แตกต่างจากกฎหมาย ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอาจได้รับการลงโทษด้วยวิธีการปรับ ยึดทรัพย์ จำคุก หรือ ประหารชีวิต ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบขององค์กร อาจได้รับโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือน หักเงินเดือนหรือภาคทัณฑ์ ส่วนความรับผิดชอบสมัครใจ เป็นการกระทำที่ได้ใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบ ที่จะกระทำดีเพื่อสังคมปวีณา เกตุแย้ม 12590047
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ้บริหารควรมีความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจต่อสังคมภายนอกองค์กรด้วย เช่น ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม 2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย (Legal Responsibility)เป็นหน้าที่ที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติของตน เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียมกัน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม (Ethical Reponsibility) มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและมีบทลงโทษที่ชัดเจนแต่ผู้ที่ขาดความรับผิดชอบระดับจริยธรรมย่อมได้รับบทลงโทษในเชิงสังคมหลายๆประการ ที่แตกต่างจากกฏหมาย เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นธรรม และเป็นไปเพื่อความดีงามเหมาะสม มีคุณธรรม และถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ (Voluntary Responsibility)มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม ผู้บริหารแสดงคามรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไมเกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
ข้อ 2ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม 4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเช่น ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด เช่นการที่องค์กรเสียภาษีอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงโดยไม่หลบเลี่ยง3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรมเช่น ผู้บริหารยึดหลักการบริหารอย่างเที่ยงตรงมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง เช่นเมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติของตน เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียมกัน ผู้บริหารหรือองค์กรที่มุ่งสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดจะต้องมีความรับผิดชอบต่อกฎหมายโดยไม่ฝ่าฝืนหรือแสวงหาประโยชน์จากการเลี่ยงกฎหมายด้วย3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม แตกต่างจากความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อกฎหมาย คือ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งเน้นการปฎิบัติในเชิงคุณค่า และมิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน4.ความรับผิดชอบโดยความสมัครใจ มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม คือ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคมผู้บริหารต้องพิจารณาความรับผิดชอบทั้ง 4 ข้อ ในการนำมาใช้ตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ 1.ความรับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจ ในอดีต องค์กรธุรกิจได้ออกแบบและสร้างสรรค์ จัดหาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามสภาวะความเป็นจริงของสมาชิกทางสังคม โดยในขั้นแรกนั้นจะจูงใจโดยการกระตุ้นนักลงทุนก่อน เพราะองค์กรธุรกิจเป็นหน่วยธุรกิจพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคม ดังเช่น การผลิตสินค้าและบริการนั้นเป็นบทบาทหลักที่สำคัญที่สุดที่จำเป็นต่อผู้ริโภค และความต้องการในการยอมรับกระบวนในการสร้างผลกำไร โดยบางประเด็นทางด้านความคิดที่จูงใจโดยกำไรนั้น สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถนำไปสู่ผลกำไรที่สูงสุดได้ เพราะเป็นองค์กรธุรกิจที่ตั้งอยู่บนรากฐานความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรธุรกิจได้ 2. ความรับผิดชอบทางด้านกฎหมาย สังคมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลงโทษองค์กรธุรกิจที่พยายามจะสร้างกำไรโดยการจูงใจ ในขณะเดียวกันนั้น องค์กรธุรกิจได้คาดหวังว่าจะต้องเชื่อฟังยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายและบทบัญญัติที่ได้ประกาศไว้โดยรัฐบาล องค์กรธุรกิจต้องปฏิบัติตามภายใต้กฎระเบียบต่าง ๆ เหล่านั้น โดยเป็นการเติมเต็มของข้อผูกพันทางสังคมระหว่างองค์กรธุรกิจ และสังคม อีกทั้งองค์กรได้คาดหวังไว้ว่าจะต้องทำตามข้อกำหนดทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยความรับผิดชอบทางด้านกฎหมายนั้นได้สะท้อนมุมามองของระบบปฏิบัติ ดังนั้นองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม จึงต้องปฏิบัติตามภายใต้กรอบของกฎหมาย3. ความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรม แม้ว่าความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจและกฎหมายได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานทางด้านจริยธรรมว่ามีความเกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริต และความยุติธรรมนั้น สังคมมีความคาดหวังต่อการยอมรับในกิจกรรมการปฏิบัติทางด้านความรับผิดชอบด้านจริยธรรมขององค์กรด้วย แม้ว่าความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรมจะได้ประมวลไปสู่ความเป็นกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรมได้ชี้ให้เห็นมาตรฐาน บรรทัดฐาน หรือความคาดหวังที่สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภค ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น และสังคมในด้านการคำนึงถึงความยุติธรรม หรือเป็นการปกป้องผู้ถือหุ้นให้อยู่ในกฎระเบียบที่ถูกต้อง4.ความรับผิดชอบเชิงสาธารณะประโยชน์ เป็นการกระทำที่องค์กรธุรกิจให้ความช่วยเหลือหรือบริจาคเพื่อเป็นการตอบสนองความคาดหวังของสังคมด้วยความเป็นพลเมืองที่ดีขององค์กรธุรกิจ อาจรวมถึงกิจกรรมที่เป็นการกระทำที่สนับสนุนความผาสุกของมนุษย์หรือความสัมพันธ์อันดีในทางธุรกิจ โดยทั้งผู้บริหารและลูกจ้างมีส่วนร่วมโดยการเป็นอาสาสมัครเพื่อร่วมช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นหรือปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคม ให้ดีขึ้น หรือการที่องค์การธุรกิจได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมด้วยการบริจาคเงิน การช่วยเหลือสนับสนุนงานทางด้านศิลปะ การศึกษาต่าง ๆ (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ความรับผิดชอบจะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากล่างสุด ดังนี้1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่าง ๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าพลเมืองที่ประชาชนนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใด ๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จะมุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า จะไม่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทบาทลงโทษ จริยธรรมจึงเป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าจริยธรรม ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ความรับผิดชอบมี4ระดับ1.)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน 2.) ความรับผิดชอบทางกฎหมายนอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม3.) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย4.)ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความละออียดลึกซึ้งมีอุดมคติคือขณะที่รับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งผระพฤติกรรมที่ดีงามเหมาะสมน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Resp ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม 4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม(วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง (มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคมผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม ( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกัน และผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ระดับความรับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเหมาะ ที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคมความแตกต่าง ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ และ ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบที่องค์ทุกองค์กรต้องทำซึ่งเกิดจากระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้น แต่ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม และ ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นความรับผิดชอบที่มีปัจจัยหลักมาจากจิตใต้สำนึก ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริหารองค์กรเองเป็นส่วนใหญ่การรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆสามารถทำได้ดังนี้ เช่น(ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ) - ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคคาที่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นการกระจายผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นธรรม(ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย)- ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพไม่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยในการสร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง(ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ)- เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้บริหารบางคนอาจสมัครใจเข้าไปทำหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเองเป็นต้น(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ -ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง-ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด-ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม-ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆนายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 25491. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ความรับผิดชอบต่อสังคมทางการจัดการระดับความรับผิดชอบต่อสังคมที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ มี 4 ระดับระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล - แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้องระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (ปฏิบัติตามกฎหมาย)เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ- หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม(กฎหมายไม่ได้กำหนด)จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้- ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ)- หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคมEx.ลูกค้าแบนสินค้าระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม(ระดับสูงสุด)มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น- หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก- ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจรัญชริดา มะนุ่น 12590067
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้ -ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง -ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ -ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม -ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082 )
วามรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ(เบญญาาภา กรีรถ 12590044)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม ปัจจุบันนี้กระแสสังคมได้มีการเรียกร้องให้องค์การ ทั้งด้านการผลิตและบริการต้องรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้นและนี่คือการรับรู้ใหม่เกี่ยวกับบทบาทขององค์การที่ผู้บริหารมิอาจที่จะมองข้าม ในปัจจุบันเป็นจำนวนมากจากส่วนต่าง ๆ ของโลกต่างเฝ้ามองธุรกิจการดำเนินการขององค์การต่าง ๆ และคาดหวังว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะประพฤติปฏิบัติตน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า สิ่งแวดล้อม และสาธารณชนควบคู่กับการแสวงกำไร พันธะนี้เรียกว่า “ความรับผิดชอบต่อสังคม” (Social Responsibilities) จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารองค์การที่จะต้องทำความเข้าใจต่อพันธะทางสังคมและกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม( นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง 2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด 3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม 4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ(น.ส.หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม 4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
ความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้ง 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึงผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม(สมภพ ขุนทรง 12590079)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 25491. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ (ชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้องระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้าระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ(สิริกร ราชมณี 12590084)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility)มี 4 ระดับระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ - เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร + ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล - แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้องระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย - เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ + เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี - การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ - หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม- จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้- ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร - หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคมEx.ลูกค้าแบนสินค้าระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ- มีความละเอียดลึกซึ้ง + สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ + ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น- หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก- ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจ(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ(นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่าง ๆ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม (นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์12590018)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549: 31) 1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจเป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคมผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม(วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม(ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้องระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้าระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ(อัษฎาวุธ เขตเจริญ 12590106)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึงผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประชาชาติของตน3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป้นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม4.คสามรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความระเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
ตอบลบ-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
(กุลปริยา แย้มเกษร 12590005)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549: 31) 1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
ตอบลบ(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
2. ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกันอย่างไร ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆอย่างไร
ตอบลบตอบ : ระดับความรับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเหมาะ ที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
ความแตกต่าง ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ และ ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบที่องค์ทุกองค์กรต้องทำซึ่งเกิดจากระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้น แต่ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม และ ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นความรับผิดชอบที่มีปัจจัยหลักมาจากจิตใต้สำนึก ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริหารองค์กรเองเป็นส่วนใหญ่
การรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆสามารถทำได้ดังนี้ เช่น
(ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ)
- ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคคาที่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นการกระจายผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นธรรม
(ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย)
- ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพไม่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยในการสร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง
(ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ)
- เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้บริหารบางคนอาจสมัครใจเข้าไปทำหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง
เป็นต้น
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคม
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม
(อารียา ปานทอง 12590109)
กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบนายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกเป็น4ระดับเริ่มจากระดับล่างขึ้นบน ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด ตัวอย่างการแสดงความรับผิดชอบต่อกฎหมาย ได้แก่ ประชาชนและองค์กรต่างไป เสียภาษีอย่างถูกต้องโดยไม่หลบเลี่ยง
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
สรุปได้ว่าความแตกต่างนั่นคือ ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจจะมุ่งเน้นผลตอบแทนในเชิงเงินทอง แต่ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า ส่วนความรับผิดชอบต่อกฎหมายนั้นกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและมีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ผู้ที่ขาดความรับผิดชอบระดับจริยธรรมย่อมได้รับบทลงโทษในเชิงสังคมหลายๆ ประการ ที่แตกต่างจากกฎหมาย ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอาจได้รับการลงโทษด้วยวิธีการปรับ ยึดทรัพย์ จำคุก หรือ ประหารชีวิต ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบขององค์กร อาจได้รับโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือน หักเงินเดือนหรือภาคทัณฑ์ ส่วนความรับผิดชอบสมัครใจ เป็นการกระทำที่ได้ใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบ
ที่จะกระทำดีเพื่อสังคม
ปวีณา เกตุแย้ม 12590047
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ้บริหารควรมีความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจต่อสังคมภายนอกองค์กรด้วย เช่น ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย (Legal Responsibility)เป็นหน้าที่ที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติของตน เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียมกัน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม (Ethical Reponsibility) มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและมีบทลงโทษที่ชัดเจนแต่ผู้ที่ขาดความรับผิดชอบระดับจริยธรรมย่อมได้รับบทลงโทษในเชิงสังคมหลายๆประการ ที่แตกต่างจากกฏหมาย เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นธรรม และเป็นไปเพื่อความดีงามเหมาะสม มีคุณธรรม และถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ (Voluntary Responsibility)มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม ผู้บริหารแสดงคามรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไมเกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
ข้อ 2
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเช่น ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด เช่นการที่องค์กรเสียภาษีอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงโดยไม่หลบเลี่ยง
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรมเช่น ผู้บริหารยึดหลักการบริหารอย่างเที่ยงตรงมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง เช่นเมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติของตน เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียมกัน ผู้บริหารหรือองค์กรที่มุ่งสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดจะต้องมีความรับผิดชอบต่อกฎหมายโดยไม่ฝ่าฝืนหรือแสวงหาประโยชน์จากการเลี่ยงกฎหมายด้วย
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม แตกต่างจากความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อกฎหมาย คือ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งเน้นการปฎิบัติในเชิงคุณค่า และมิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน
4.ความรับผิดชอบโดยความสมัครใจ มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม คือ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
ผู้บริหารต้องพิจารณาความรับผิดชอบทั้ง 4 ข้อ ในการนำมาใช้ตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจ
ในอดีต องค์กรธุรกิจได้ออกแบบและสร้างสรรค์ จัดหาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามสภาวะความเป็นจริงของสมาชิกทางสังคม โดยในขั้นแรกนั้นจะจูงใจโดยการกระตุ้นนักลงทุนก่อน เพราะองค์กรธุรกิจเป็นหน่วยธุรกิจพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคม ดังเช่น การผลิตสินค้าและบริการนั้นเป็นบทบาทหลักที่สำคัญที่สุดที่จำเป็นต่อผู้ริโภค และความต้องการในการยอมรับกระบวนในการสร้างผลกำไร โดยบางประเด็นทางด้านความคิดที่จูงใจโดยกำไรนั้น สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถนำไปสู่ผลกำไรที่สูงสุดได้ เพราะเป็นองค์กรธุรกิจที่ตั้งอยู่บนรากฐานความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรธุรกิจได้
2. ความรับผิดชอบทางด้านกฎหมาย
สังคมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลงโทษองค์กรธุรกิจที่พยายามจะสร้างกำไรโดยการจูงใจ ในขณะเดียวกันนั้น องค์กรธุรกิจได้คาดหวังว่าจะต้องเชื่อฟังยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายและบทบัญญัติที่ได้ประกาศไว้โดยรัฐบาล องค์กรธุรกิจต้องปฏิบัติตามภายใต้กฎระเบียบต่าง ๆ เหล่านั้น โดยเป็นการเติมเต็มของข้อผูกพันทางสังคมระหว่างองค์กรธุรกิจ และสังคม อีกทั้งองค์กรได้คาดหวังไว้ว่าจะต้องทำตามข้อกำหนดทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยความรับผิดชอบทางด้านกฎหมายนั้นได้สะท้อนมุมามองของระบบปฏิบัติ ดังนั้นองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม จึงต้องปฏิบัติตามภายใต้กรอบของกฎหมาย
3. ความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรม
แม้ว่าความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจและกฎหมายได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานทางด้านจริยธรรมว่ามีความเกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริต และความยุติธรรมนั้น สังคมมีความคาดหวังต่อการยอมรับในกิจกรรมการปฏิบัติทางด้านความรับผิดชอบด้านจริยธรรมขององค์กรด้วย แม้ว่าความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรมจะได้ประมวลไปสู่ความเป็นกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางด้านจริยธรรมได้ชี้ให้เห็นมาตรฐาน บรรทัดฐาน หรือความคาดหวังที่สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภค ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น และสังคมในด้านการคำนึงถึงความยุติธรรม หรือเป็นการปกป้องผู้ถือหุ้นให้อยู่ในกฎระเบียบที่ถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบเชิงสาธารณะประโยชน์
เป็นการกระทำที่องค์กรธุรกิจให้ความช่วยเหลือหรือบริจาคเพื่อเป็นการตอบสนองความคาดหวังของสังคมด้วยความเป็นพลเมืองที่ดีขององค์กรธุรกิจ อาจรวมถึงกิจกรรมที่เป็นการกระทำที่สนับสนุนความผาสุกของมนุษย์หรือความสัมพันธ์อันดีในทางธุรกิจ โดยทั้งผู้บริหารและลูกจ้างมีส่วนร่วมโดยการเป็นอาสาสมัครเพื่อร่วมช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นหรือปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคม ให้ดีขึ้น หรือการที่องค์การธุรกิจได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมด้วยการบริจาคเงิน การช่วยเหลือสนับสนุนงานทางด้านศิลปะ การศึกษาต่าง ๆ
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ความรับผิดชอบจะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากล่างสุด ดังนี้
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่าง ๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าพลเมืองที่ประชาชนนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใด ๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ
3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จะมุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า จะไม่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทบาทลงโทษ จริยธรรมจึงเป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความละเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าจริยธรรม ความรับผิดชอบโดยสมัครใจเป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ความรับผิดชอบมี4ระดับ
ตอบลบ1.)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน
2.) ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม
3.) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4.)ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความละออียดลึกซึ้งมีอุดมคติคือขณะที่รับผิดชอบระดับจริยธรรมมุ่งผระพฤติกรรมที่ดีงามเหมาะสม
น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Resp
ตอบลบระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
(วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบ
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคม
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม
( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ความรับผิดชอบในระดับต่างๆมีความแตกต่างกัน และผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ
ตอบลบความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ระดับความรับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน คือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
3. ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเหมาะ ที่มีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4. ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
ความแตกต่าง ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ และ ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบที่องค์ทุกองค์กรต้องทำซึ่งเกิดจากระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้น แต่ ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม และ ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นความรับผิดชอบที่มีปัจจัยหลักมาจากจิตใต้สำนึก ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริหารองค์กรเองเป็นส่วนใหญ่
การรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างๆสามารถทำได้ดังนี้ เช่น
(ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ)
- ผู้บริโภคหรือลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพในราคคาที่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นการกระจายผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นธรรม
(ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย)
- ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพไม่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยในการสร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง
(ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ)
- เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศ ผู้บริหารอาจสมัครใจบริจาคเงินและระดมเงินจากบุคคลต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้บริหารบางคนอาจสมัครใจเข้าไปทำหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง
เป็นต้น
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
ตอบลบ-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ-ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
-ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
-ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
-ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท
ตอบลบ1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย
2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ
3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น
4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ความรับผิดชอบต่อสังคมทางการจัดการระดับความรับผิดชอบต่อสังคมที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ มี 4 ระดับ
ตอบลบระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล
- แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (ปฏิบัติตามกฎหมาย)เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ
- หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม(กฎหมายไม่ได้กำหนด)จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้
- ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ)
- หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม
Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม(ระดับสูงสุด)มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น
- หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก
- ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ตอบลบการที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
ตอบลบ-ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
-ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
-ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
-ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082 )
วามรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
(เบญญาาภา กรีรถ 12590044)
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจแบะจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจ ถึงแม้จะไม่สมัครใจก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม
ปัจจุบันนี้กระแสสังคมได้มีการเรียกร้องให้องค์การ ทั้งด้านการผลิตและบริการต้องรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้นและนี่คือการรับรู้ใหม่เกี่ยวกับบทบาทขององค์การที่ผู้บริหารมิอาจที่จะมองข้าม ในปัจจุบันเป็นจำนวนมากจากส่วนต่าง ๆ ของโลกต่างเฝ้ามองธุรกิจการดำเนินการขององค์การต่าง ๆ และคาดหวังว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะประพฤติปฏิบัติตน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า สิ่งแวดล้อม และสาธารณชนควบคู่กับการแสวงกำไร พันธะนี้เรียกว่า “ความรับผิดชอบต่อสังคม” (Social Responsibilities) จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารองค์การที่จะต้องทำความเข้าใจต่อพันธะทางสังคมและกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม
( นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
(น.ส.หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ตอบลบระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
ความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้ง 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึงผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ความรับผิดชอบรับผิดชอบมีทั้งหมด 4 ระดับ แตกต่างกันดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรผลตอบแทนต่างๆให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในเชิงคุณค่า มิได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เป็นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจ และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฏหมายและไม่เกิดโทษทางสังคม
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
หลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย
2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ
3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น
4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
(ชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
(สิริกร ราชมณี 12590084)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
ตอบลบ-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(Level of Social Responsibility)
มี 4 ระดับ
ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
- เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร
+ ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล
- แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
- เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ
+ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ
- หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
- จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้
- ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร
- หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม
Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
- มีความละเอียดลึกซึ้ง
+ สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้
+ ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น
- หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก
- ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจ
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities) เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีพความรับผิดชอบในขั้นนี้องค์การมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสู่องค์การ แต่เป็นการให้เปล่าซึ่งบางองค์กรใช้คำว่า การคืนกำไรสู่สังคม องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
(นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ
ตอบลบ1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่าง ๆ
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้
(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์12590018)
ตอบลบหลักการเหล่านี้สามารถจัดแบ่งระดับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารควรจะมีต่อสังคมได้เป็น 4 ระดับคือวรทัยราวินิจ, 2549: 31) 1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsible ty) เพื่อผลิตสินค้าและบริการตามที่ประชาชนต้องการและนำมารายเพื่อให้เกิดกาไรแก่เจ้าของกิจการ (ในกรณีที่เป็นองค์กรทำเพื่อกำไร) นับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักและความรับผิดชอบดั้งเดิมของการดำเนินการจนอาจกล่าวได้ว่านอกจากความรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจแล้วผู้บริหารในอดีตบางคนไม่เคยคำนึงถึงความรับผิดชอบในด้านอื่นเลย 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsity เพื่อดำเนินกิจการไปตามครรลองของญาหมายและกฎข้อบังคับต่างๆอย่างไรก็ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับไม่สามารถจะครอบคลุมการกระทำทุกอย่างขององค์กรได้การกระทำบางอย่างไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรควรจะกระทําหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ 3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (Ethical Responsibility การกระทำบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับถ้าองค์กรไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายแต่องค์กรเลือกกระทำเพราะเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมเช่นการให้สวัสดิการด้านเสื้อผ้าอาหารกลางวันรถรับส่งพนักงานการจัดนำเที่ยวเป็นต้น 4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลพินิจ (Discretionary sponibility) ความรับผิดชอบในระดับนี้เป็นความสมัครใจของผู้บริหารองค์กรโดยตรงและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกกระทำของผู้บริหารแต่ละคนความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้เป็นกฎหมายหรือเป็นสิ่งที่พนักงานคิดว่าควรได้รับตามหลักจริยธรรมเช่นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาแต่กลับจ้างพนักงานเพิ่มเพิ่มเครื่องจักรเพิ่มเงินเดือนทั้งนี้เพราะผู้บริหารพินิจพิเคราะห์อย่างสุขุมแล้วว่าการทำงานล่วงเวลาทำให้สุขภาพของพนักงานเสื่อมโทรมและเป็นการ
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
3.ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ความรับผิดชอบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนทางธุรกิจ และจัดสรรผลตอบแทนต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2. ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประเทศชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบประกาศหรือคำสั่งใดๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อองค์กรหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีคุณค่าและประโยชน์
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบโดยสมัครใจเอง และถึงแม้จะไม่แสดงก็จะไม่เกิดโทษทั้งทางกฎหมายและสังคม
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับ และเลือกใช้ให้เหมาะสม
นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
การที่กระแสเรียกร้องของสังคมโลกที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เนื่องมาจากการที่สังคมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น และถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นสังคมโลกและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างกำจัดถูกทำลาย ดังนั้น กลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละสังคมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นพลังดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องพิจารณาถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร และต้องพิจารณาถึงบทบาทและวิธีการที่จะเกี่ยวข้องกับบุคคล กลุ่มและองค์การดังกล่าว นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังมีส่วนกำหนดระดับความสำเร็จขององค์กร การเชื่อมโยงระหว่างกิจการและคนในสังคมที่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ๆ ในการพิจารณาถึงกรอบของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ(วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจากระดับล่างสุดไประดับสูงสุด
-ระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ
เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ที่ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล หรือเป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
-ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐบาล และเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาล หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามกฎหมาย
-ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม
จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ เป็นการดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม โดยกฎหมายไม่ได้กำหนด ไม่มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม เช่น ลูกค้าแบนสินค้า
-ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ
เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่มีระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง โดยสังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าหากทำจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
ผู้บริหารไม่ควรเลือกเลือกใช้เพียงแค่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ผู้บริหารบางคนเลือกเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามมาได้ ดังนั้น ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมทั้ง 4 ระดับข้างต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม
(ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ระดับความรับผิดชอบต่อสังคม (Level of Social Responsibility) มี 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบระดับ 1 ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้บริหาร ทำให้เกิดกำไร และจัดสรรเงินปันผล แสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจและจัดสรรให้ผู้เกี่ยวข้อง
ระดับ 2 ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นระดับที่สูงขึ้นมาอีกนิด เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดีในการ เสียภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของรัฐ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจะได้รับโทษ
ระดับ 3 ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม การดำเนินกิจการที่ถูกต้องชอบธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนด จริยธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมซึ่งสังคมยอมรับได้ ไม่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้บอกว่าห้ามทำ แต่ถ้าทำจะถูกสังคมลงโทษ หากไม่ปฏิบัติจะไม่ได้รับโทษอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการลงโทษจากสังคม Ex.ลูกค้าแบนสินค้า
ระดับ 4 ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ดีของสังคม ที่อยู่ในระดับสูงสุด มีความละเอียดลึกซึ้ง สังคมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำ แต่ถ้าทำจะทำให้ภาพลักษณ์ องค์กรดีขึ้น หากไม่ทำไม่ได้รับโทษแต่ถ้าทำกฎหมายจะอำนวยความสะดวก ใช้วิจารณญาณของตนด้วยความรอบคอบสุขุมในการปฏิบัติและตัดสินใจ
(อัษฎาวุธ เขตเจริญ 12590106)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบในการแสวงหาค่าตอบแทนให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นความรับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งถือเป็นระดับที่สังคมพึงรับได้เป็นระดับน้อยสุด
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบต่อข้อควรประพฤติหรือหลักความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมมีคุณธรรมและถูกต้องตามศีลธรรม
4.ความรับผิดชอบโดยสมัครใจ เป็นลำดับสูงสุดโดยตั้งอยู่บนอุดมคติของแต่ละบุคคลในการสมัครใจใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบสุขุมในการประพฤติปฏิบัติหรือตัดสินใจซึ่งสูงกว่าที่จริยธรรมครอบคลุมถึง
ผู้บริหารจะรับผิดชอบต่อสังคมในระดับต่างโดยในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บริหารเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์การ ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญตามสถาการณ์ต่างๆ
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับเริ่มจากระดับล่างสุด ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรธุรกิจโดยทั่วไปต้องคำนึงถึงเป็นหลัก
2.ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่พลเมืองที่ประชาชนจำเป็นต้องมีต่อรัฐหรือต่อประชาชาติของตน
3.ความรับผิดชอบระดับจริยธรรม เป้นความรับผิดชอบที่มีคุณค่าและประโยชน์สูงกว่าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
4.คสามรับผิดชอบโดยสมัครใจ มีความระเอียดลึกซึ้งและมีอุดมคติสูงกว่าความรับผิดชอบระดับจริยธรรม
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพ
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ว องค์กรควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
เป็นความรับผิดชอบด้วยความสมัครใจของผู้บริหารโดยตรง ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นผู้บริหารจะเลือกทำสิ่งที่ได้ผลประโยชน์ได้กำไรแต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นความรับผิดชอบที่คำนึงถึงจริยธรรม โดยจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเข้าไปมีส่วนรวมในโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่องค์กรที่มิได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนั้นขาดจริยธรรมทางธุรกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารเป็นสำคัญ
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)