สังคมเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มของบุคคล โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ในสังคมแตกต่างกัน มีการแบ่งงานกันทำ มีสิทธิและเสรีภาพในฐานะการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงต้องมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าหรือมีความสงบสุข มีส่วนรับผิดชอบกับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมดังนี้1.ไม่ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมทั้งด้านจิตใจและด้านศีลธรรม ซึ่งมีผลให้คนในสังคมขาดคุณธรรมตลอดจนเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้แก่คนในสังคม เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกิจที่สนับสนุนให้เกิดการทำผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อของโจร เป็นต้น2.ไม่ทำธุรกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค้าไม้เถื่อน การรุกล้ำที่สาธารณะ การปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น3.มีการป้องกันไม่ให้ธุรกิจเป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้งด้านเสียง สีและกลิ่น เช่น มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และการเก็บรักษารวมทั้งทำลายวัตถุมีพิษต่างๆ 4.ให้ความเคารพในสิทธิทางปัญญาของบุคคลอื่นหรือธุรกิจอื่น ด้วยการไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต5.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อความน่าอยู่ของสังคม เช่น ร่วมจัดทำศาลาพักผู้โดยสาร ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ6.สร้างงานแก่คนในสังคม เพื่อให้คนในสังคมมีรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
-ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง 3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility) ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม 4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility) ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ความรับผิดชอบขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุนองค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาวองค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริงองค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริงและให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า“พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆเกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่ -ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า -การรับรู้ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแต่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ขนาด รูปร่างและคุณสมบัติอี่น ๆ -การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าองค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า -การศึกษา ความรับผิดชอบขององค์กรที่ให้ลูกค้าเข้าสู่โปรแกรมการศึกษาเป้าหมาย คือ ให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนวิธีการใช้ที่เหมาะสม -การเลือก เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดองค์การจะต้องไม่สร้างข้อกำจัดในการแข่งขัน (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
4. ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านใดบ้างจงอธิบายจำแนกตามหน้าที่ธุรกิจตอบ : ผู้บริหารระดับสูง หมายถึง ประธานกรรมการจนไปถึงกรรมการผู้จัดการ หน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง : เป็นผู้ตัดสินใจแผนการระยะยาวที่เกี่ยวกับทิศทางโดยรวมขององค์การ กำหนด วัตถุประสงค์ นโยบายและกลยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและ จำหน่ายสินค้าหรือบริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนดลยีที่ เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมารตรฐานกำหนดผู้บริหารระดับกลาง หมายถึง ผู้อำนวยการ หัวหน้าศูนย์ ผู้จัดการแผนก หรือหัวหน้าสายงาน หน้าที่ของผู้บริหารระดับกลาง : ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ประสานงานระหว่าง ผู้บริหารระดับสูง แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค อย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมผู้บริหารระดับล่าง หมายถึง หัวหน้าแผนกหรือหัวหน้าคนงาน หน้าที่ของผู้บริหารระดับล่าง : ทำตามนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางกำหนดไว้ แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อย คุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนดนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (อารียา ปานทอง 12590109)
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้องโดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้1. ผู้บริโภค2. การแข่งขัน3. สิ่งแวดล้อม4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานการจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคมความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)นายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกัลพัฒนา 1259OO76)
การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้เป้าหมาย นโยบาย ตลอดจนการดำเนินงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้1) ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด 2) ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Quality and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้า ให้บริการหลังการขาย และรับประกันสินค้า เป็นต้น 3) ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ฯลฯ4) ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม 5) ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม 6) ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม หรือสิทธิในการได้รับบริการ(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด ฯลฯ เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น 2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขาย และรับประกันคุณภาพข้าง เป็นต้น 3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จําเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยว ฃกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ (เช่น โรงงาน) ต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ 5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ การ ผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามควรแก่กรณี นอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและ เผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษย ชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย เป็นต้นปวีณา เหตุแย้ม 12590047
ข้อ 4ความรับผิดชอบต่อสังคมบริษัทต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอาเปรียบ ไม่สร้างความเดือดร้อนรวมถึงต้องรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง บริษัทฯ กำหนดนโยบาย ด้านสังคมเพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงาน ดังนี้- สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปฏิบัติตามนโยบายและกฎระเบียบในการดูแลสังคมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด- ทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่อาจเปิดเผยได้- มุ่งมั่นรักษาสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดีของทุกโครงการ โดยจัดให้มีหน่วยงานบริหารโครงการทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษาสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ผู้บริหารและองค์กรควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เลือกใช้ให้เหมาะสมและครบถ้วน เพื่อให้ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่อง โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด 2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสีย 3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงที 5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด 2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้า ให้บริการหลังการขาย และรับประกันสินค้า เป็นต้น 3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ฯลฯ4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม 5.ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม หรือสิทธิในการได้รับบริการ(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ผู้บริหารในระดับต่างๆ ตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านดังต่อไปนี้1. ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่ออันตราย2. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องครบถ้วน4. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงเมื่อเกิดข้อผิดพลาดทันที5. ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ และหลีกเลี่ยงสิ่งล่อแหลม6. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่าง ๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา เป็นต้น(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน(วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069)
สังคมเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มของบุคคล โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ในสังคมแตกต่างกัน มีการแบ่งงานกันทำ มีสิทธิและเสรีภาพในฐานะการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงต้องมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าหรือมีความสงบสุข มีส่วนรับผิดชอบกับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมดังนี้1.ไม่ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมทั้งด้านจิตใจและด้านศีลธรรม ซึ่งมีผลให้คนในสังคมขาดคุณธรรมตลอดจนเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้แก่คนในสังคม เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกิจที่สนับสนุนให้เกิดการทำผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อของโจร เป็นต้น2.ไม่ทำธุรกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค้าไม้เถื่อน การรุกล้ำที่สาธารณะ การปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น3.มีการป้องกันไม่ให้ธุรกิจเป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้งด้านเสียง สีและกลิ่น เช่น มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และการเก็บรักษารวมทั้งทำลายวัตถุมีพิษต่างๆ4.ให้ความเคารพในสิทธิทางปัญญาของบุคคลอื่นหรือธุรกิจอื่น ด้วยการไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต5.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อความน่าอยู่ของสังคม เช่น ร่วมจัดทำศาลาพักผู้โดยสาร ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ6.สร้างงานแก่คนในสังคม เพื่อให้คนในสังคมมีรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น(วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)
การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรมบริษัทตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจที่สุจริตและเป็นธรรมตามกรอบกติกาการแข่งขัน ภายใต้กฎและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยคำนึงถึงผลประโยชน์และผลกระทบการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน เจ้าหนี้ ชุมชนโดยรอบบริษัทการต่อด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นบริษัทมีนโยบายต่อต้านการทุจริต โดยมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนดำเนินธุรกิจด้วยระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมไปถึงการส่งเสริมอบรมและสร้างจิตสำนึกให้พนักงานตระหนักถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นการเคารพสิทธิมนุษยชนบริษัทกำหนดกรอบและแนวทางดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษยชนต่างมีมาแต่เกิดโดยเท่าเทียมตามกฎหมาย รวมถึงข้อกำหนดตามมาตรฐานสากลสิทธิมนุษยชนอย่างพียงพอ และไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่ามีถิ่นกำเนิด สัญชาติ เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ สีผิว ศาสนา ภาษา หรือสถานะทางสังคมเช่นใด โดยมีการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ตลอดจนการปฏิบัติอย่างเสมอภาคซึ่งเป็นรากฐานของการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมบริษัทให้ความสำคัญกับคุณค่าของพนักงานของบริษัท โดยผู้บริหารจะต้องปฏิบัติต่อพนักงานอย่างยุติธรรม บริหารงานโดยไม่มีความลำเอียง สนับสนุนในการสร้างศักยภาพในความก้าวหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณในที่ทำงานที่ต้องพึงปฏิบัติ และจัดสวัสดิการให้อย่างเหมาะสมรวมไปถึงการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างมีเหตุผลความรับผิดชอบต่อลูกค้าและลูกหนี้บริษัทกำหนดกรอบหลักการและแนวทางการรับผิดชอบต่อลูกค้าและลูกหนี้ด้วยการพัฒนาการบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานจนนำไปสู่ความไว้วางใจ รวมถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและลูกหนี้ทั้งก่อนและหลังการดำเนินธุรกิจ มีการให้ข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และเชื่อถือได้เพื่อประกอบการตัดสินใจทำธุรกรรมองค์กรการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนและถือเป็นธุรกิจหลักอย่างหนึ่งโดยจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และการกำหนดมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทการร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม จึงจัดให้มีโครงการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกิจกรรม สนับสนุนการศึกษา สร้างอาชีพโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่แม้ไม่ได้จบปริญญาหรือแม้แต่จบมัธยมที่ 3 ได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทโดยไม่มีการปิดกั้นโอกาส และส่งเสริมให้คนพึ่งตนเองผ่านกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมนวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรมบริษัทกำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปสู่การเพิ่มมาตรฐานกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงปลูกจิตสำนึกให้พนักงานในองค์กรเป็นผู้ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายองค์กรกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสังคมได้อย่างสมดุล(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
หน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง : เป็นผู้ตัดสินใจแผนการระยะยาวที่เกี่ยวกับทิศทางโดยรวมขององค์การ กำหนด วัตถุประสงค์ นโยบายและกลยุทธ์แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล หน้าที่ของผู้บริหารระดับกลาง : ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ประสานงานระหว่าง ผู้บริหารระดับสูงแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษาหน้าที่ของผู้บริหารระดับล่าง : ทำตามนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางกำหนดไว้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ความรับผิดชอบขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุนองค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาวองค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริงองค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริงและให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า“พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆเกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่ -ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า -การรับรู้ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแต่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ขนาด รูปร่างและคุณสมบัติอี่น ๆ -การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าองค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า -การศึกษา ความรับผิดชอบขององค์กรที่ให้ลูกค้าเข้าสู่โปรแกรมการศึกษาเป้าหมาย คือ ให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนวิธีการใช้ที่เหมาะสม -การเลือก เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดองค์การจะต้องไม่สร้างข้อกำจัดในการแข่งขัน ( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำาเนินงานของตนเองอยู่เสมอ ว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในต่างๆ หรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าจะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ ระดับใด ซึ่งจะทำาให้เป้าหมาย นโยบาย ตลอดจนการดำาเนินงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล(Health and Welfare)ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำาหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุม เว้นแต่ ได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค เป็นต้น2) ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ(Quality and Services)ได้แก่ การจำาหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ ชำรุดเสียหาย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขายและรับประกันสินค้าตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3) ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา(Information and Education)ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การให้ความรู้ด้านสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ4) ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม(Environment)ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำานึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงแก้ ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5) ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม(Religion and Culture)ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชาบรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำาเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามสมควรแล้วแต่กรณี6) ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (HumanRights)ได้แก่ การคำานึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่า บุคคลกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิ ในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
ความรับผิดชอบขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุนองค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาวองค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริงองค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต 2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริงและให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า“พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆเกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่ -ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า -การรับรู้ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแต่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ขนาด รูปร่างและคุณสมบัติอี่น ๆ -การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าองค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า -การศึกษา ความรับผิดชอบขององค์กรที่ให้ลูกค้าเข้าสู่โปรแกรมการศึกษาเป้าหมาย คือ ให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนวิธีการใช้ที่เหมาะสม -การเลือก เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดองค์การจะต้องไม่สร้างข้อกำจัดในการแข่งขัน ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
สังคมเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มของบุคคล โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ในสังคมแตกต่างกัน มีการแบ่งงานกันทำ มีสิทธิและเสรีภาพในฐานะการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงต้องมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าหรือมีความสงบสุข มีส่วนรับผิดชอบกับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมดังนี้1.ไม่ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมทั้งด้านจิตใจและด้านศีลธรรม ซึ่งมีผลให้คนในสังคมขาดคุณธรรมตลอดจนเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้แก่คนในสังคม เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกิจที่สนับสนุนให้เกิดการทำผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อของโจร เป็นต้น2.ไม่ทำธุรกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค้าไม้เถื่อน การรุกล้ำที่สาธารณะ การปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น3.มีการป้องกันไม่ให้ธุรกิจเป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้งด้านเสียง สีและกลิ่น เช่น มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และการเก็บรักษารวมทั้งทำลายวัตถุมีพิษต่างๆ 4.ให้ความเคารพในสิทธิทางปัญญาของบุคคลอื่นหรือธุรกิจอื่น ด้วยการไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต5.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อความน่าอยู่ของสังคม เช่น ร่วมจัดทำศาลาพักผู้โดยสาร ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ6.สร้างงานแก่คนในสังคม เพื่อให้คนในสังคมมีรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้นนายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคมความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)(น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้างนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล 2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้- ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป- ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ- ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง- ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ- ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา- ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้างวชิราพร คำกอง 12590068
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ - ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด - ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้ 1. ผู้บริโภค 2. การแข่งขัน 3. สิ่งแวดล้อม4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย - ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคมความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ - ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(เบญญาภา กรีรถ 12590044)
-หน้าที่ผู้บริหารระดับสูง มีหน้าที่บริหารงานโดยตลอดทั้งองค์การใช้เงลาส่วนใหญืไปในการกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การ กำหนดกลยุทธ์ กำหนดนโยบาย และวางแผนระยะยาว รวมถึงการตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่างๆที่มีความสำคัญ เช่น การผลิตสินค้าใหม่ -หน้าที่ผู้บริหารระดับกลางมีหน้าที่รับนโยบายจากผูบริหารระดับสูงไปปฏิบัติรับผิดชอบในฝ่ายของตนเอง วางแผนและจัดระเบียบวิธีปฏิบัติงานเฉพาะอย่างเพื่อให้งานในความรับผิดชอบประสบความสำเร็จตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูง- หน้าที่ผู้บริหารระดับต้นมีหน้าที่กำกับดูแลและสั่งการโดยตรงต่อพนักงาน ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจในระยะสั้นวันต่อวันหรือสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ต้องรับรายงานโดยตรงจากพนักงานและเสนอรายงานต่อผู้บริหารระดับกลางและสูงต่อไป(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
1. ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นผู้ถือหุ้นของเรามีความมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจอย่างมั่นคง พันธสัญญาของเราคือการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นนำผลตอบแทนนั้นกลับมาลงทุนในบริษัทเราอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายธุรกิจ รวมถึงจูงใจและรักษาคนของเราได้2. ความรับผิดชอบต่อพนักงานพนักงานของเราคือทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร ดังนั้นเราจะยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงานเราอย่างต่อเนื่อง เราให้คุณค่ากับความหลากหลายในองค์กร ทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับการศึกษาทุกสัญชาติและทุกเชื้อชาติ จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน พนักงานของเรายึดมั่นคุณธรรมที่สูงสุดทั้งในงานและชีวิตส่วนตัว พนักงานของเราพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับองค์กรด้วยความเต็มใจ3. ความรับผิดชอบต่อลูกค้าลูกค้าของเรามีความต้องการคุณภาพและบริการที่สูงมาก และความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังนั้นเราต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ลูกค้าของเราคือบริษัทระดับโลก ดังนั้นเราจึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลทัดเทียมกับลูกค้าของเรา ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่แข่งขันสูงมาก ดังนั้นเราต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและจริงใจกับลูกค้าของเราทุกระดับ เราคือทุกคำตอบของลูกค้า โดยการปฏิบัติดังต่อไปนี้4. ความรับผิดชอบต่อคู่ค้าผู้ส่งมอบของเราคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ดังนั้นเราต้องมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ส่งมอบในด้านคุณภาพ ต้นทุนและการส่งมอบที่ตรงเวลา เราจะดำเนินธุรกิจต่อกันและกันอย่างซื่อสัตย์และยุติธรรม5. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นเป็นพันธกิจของเรา เราจะสนับสนุนให้พนักงานของเราเป็นพลเมืองที่มีจริยธรรมสูง เราจะตอบแทนสังคม โดยการสนับสนุนด้านการศึกษา การช่วยเหลือชุมชน และการบรรเทาทุกข์จากสาธารณภัย โดยบริษัท กำหนดนโยบายที่เกี่ยวกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน และมีแผนจัดทำโครงการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชน โดยคณะกรรมการอนุมัติให้จัดสรรเงินงบประมาณ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และตอบแทนชุมชน สังคม และ สิ่งแวดล้อม ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงบริษัท และชุมชนอื่นๆ อย่างต่อเนื่องนางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดด้านหนึ่งบ้าง(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด ฯลฯ เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น 2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขาย และรับประกันคุณภาพข้าง เป็นต้น 3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จําเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยว ฃกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ (เช่น โรงงาน) ต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ 5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ การ ผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามควรแก่กรณี นอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและ เผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษย ชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย เป็นต้น(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา(สิริกร ราชมณี 12590084)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
-ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่องต่อองค์กรความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาด5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน(นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
บริหารและองค์กรต่าง ๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำาเนินงานของตนเองอยู่เสมอ ว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในต่าง ๆ หรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าจะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่าง ๆ ระดับใด ซึ่งจะทำาให้เป้าหมาย นโยบาย ตลอดจนการดำาเนินงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่าง ๆ มีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำาหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุม เว้นแต่ ได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค เป็นต้น2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการได้แก่ การจำาหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ ชำรุดเสียหาย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขายและรับประกันสินค้าตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษาได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การให้ความรู้ด้านสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ4. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงแก้ ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5. ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชาบรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำาเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามสมควรแล้วแต่กรณี6. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่าง ๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่า บุคคลกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิ ในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์ 12590018)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย 6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการ(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(วิลาิสนี เกตุแก้ว12590073)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานนายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ผู้บริหารและองค์กรต่าง ๆควรพิจารณาทบทวนและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่าง ๆเหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่าง ๆ มีดังนี้1. ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่ออันตราย2. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องครบถ้วน4. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงเมื่อเกิดข้อผิดพลาดทันที5. ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ และหลีกเลี่ยงสิ่งล่อแหลม6. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่าง ๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา เป็นต้น(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ความรับผิดชอบต่อสังคมบริษัทต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอาเปรียบ ไม่สร้างความเดือดร้อนรวมถึงต้องรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง บริษัทฯ กำหนดนโยบาย ด้านสังคมเพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงาน ดังนี้- สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปฏิบัติตามนโยบายและกฎระเบียบในการดูแลสังคมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด- ทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่อาจเปิดเผยได้- มุ่งมั่นรักษาสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดีของทุกโครงการ โดยจัดให้มีหน่วยงานบริหารโครงการทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
สังคมเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มของบุคคล โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ในสังคมแตกต่างกัน มีการแบ่งงานกันทำ มีสิทธิและเสรีภาพในฐานะการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงต้องมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าหรือมีความสงบสุข มีส่วนรับผิดชอบกับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมดังนี้
ตอบลบ1.ไม่ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมทั้งด้านจิตใจและด้านศีลธรรม ซึ่งมีผลให้คนในสังคมขาดคุณธรรมตลอดจนเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้แก่คนในสังคม เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกิจที่สนับสนุนให้เกิดการทำผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อของโจร เป็นต้น
2.ไม่ทำธุรกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค้าไม้เถื่อน การรุกล้ำที่สาธารณะ การปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น
3.มีการป้องกันไม่ให้ธุรกิจเป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้งด้านเสียง สีและกลิ่น เช่น มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และการเก็บรักษารวมทั้งทำลายวัตถุมีพิษต่างๆ
4.ให้ความเคารพในสิทธิทางปัญญาของบุคคลอื่นหรือธุรกิจอื่น ด้วยการไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อความน่าอยู่ของสังคม เช่น ร่วมจัดทำศาลาพักผู้โดยสาร ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ
6.สร้างงานแก่คนในสังคม เพื่อให้คนในสังคมมีรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
-ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ความรับผิดชอบขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุนองค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาวองค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริงองค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริงและให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า“พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆเกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
-ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
-การรับรู้ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแต่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ขนาด รูปร่างและคุณสมบัติอี่น ๆ
-การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าองค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
-การศึกษา ความรับผิดชอบขององค์กรที่ให้ลูกค้าเข้าสู่โปรแกรมการศึกษาเป้าหมาย คือ ให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนวิธีการใช้ที่เหมาะสม
-การเลือก เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดองค์การจะต้องไม่สร้างข้อกำจัดในการแข่งขัน
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
4. ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านใดบ้างจงอธิบายจำแนกตามหน้าที่ธุรกิจ
ตอบลบตอบ : ผู้บริหารระดับสูง หมายถึง ประธานกรรมการจนไปถึงกรรมการผู้จัดการ
หน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง : เป็นผู้ตัดสินใจแผนการระยะยาวที่เกี่ยวกับทิศทางโดยรวมขององค์การ กำหนด วัตถุประสงค์ นโยบายและกลยุทธ์
แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและ จำหน่ายสินค้าหรือบริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนดลยีที่ เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมารตรฐานกำหนด
ผู้บริหารระดับกลาง หมายถึง ผู้อำนวยการ หัวหน้าศูนย์ ผู้จัดการแผนก หรือหัวหน้าสายงาน
หน้าที่ของผู้บริหารระดับกลาง : ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ประสานงานระหว่าง ผู้บริหารระดับสูง
แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค อย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
ผู้บริหารระดับล่าง หมายถึง หัวหน้าแผนกหรือหัวหน้าคนงาน
หน้าที่ของผู้บริหารระดับล่าง : ทำตามนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางกำหนดไว้
แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อย คุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(อารียา ปานทอง 12590109)
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
นายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกัลพัฒนา 1259OO76)
การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้เป้าหมาย นโยบาย ตลอดจนการดำเนินงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้
ตอบลบ1) ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2) ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Quality and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้า ให้บริการหลังการขาย และรับประกันสินค้า เป็นต้น
3) ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ฯลฯ
4) ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5) ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม
6) ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม หรือสิทธิในการได้รับบริการ
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด ฯลฯ เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขาย และรับประกันคุณภาพข้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จําเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยว ฃกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ (เช่น โรงงาน) ต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ การ ผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามควรแก่กรณี นอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและ เผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษย ชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย เป็นต้น
ปวีณา เหตุแย้ม 12590047
ข้อ 4
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสังคม
บริษัทต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอาเปรียบ ไม่สร้างความเดือดร้อนรวมถึงต้องรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง บริษัทฯ กำหนดนโยบาย ด้านสังคมเพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงาน ดังนี้
- สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปฏิบัติตามนโยบายและกฎระเบียบในการดูแลสังคมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
- ทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่อาจเปิดเผยได้
- มุ่งมั่นรักษาสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดีของทุกโครงการ โดยจัดให้มีหน่วยงานบริหารโครงการทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ผู้บริหารและองค์กรควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เลือกใช้ให้เหมาะสมและครบถ้วน เพื่อให้ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่อง โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสีย
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงที
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้า ให้บริการหลังการขาย และรับประกันสินค้า เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ฯลฯ
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม หรือสิทธิในการได้รับบริการ
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ผู้บริหารในระดับต่างๆ ตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล
การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา
การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม
การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านดังต่อไปนี้
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่ออันตราย
2. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องครบถ้วน
4. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงเมื่อเกิดข้อผิดพลาดทันที
5. ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ และหลีกเลี่ยงสิ่งล่อแหลม
6. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่าง ๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา เป็นต้น
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ตอบลบผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069)
สังคมเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มของบุคคล โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ในสังคมแตกต่างกัน มีการแบ่งงานกันทำ มีสิทธิและเสรีภาพในฐานะการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงต้องมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าหรือมีความสงบสุข มีส่วนรับผิดชอบกับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมดังนี้
ตอบลบ1.ไม่ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมทั้งด้านจิตใจและด้านศีลธรรม ซึ่งมีผลให้คนในสังคมขาดคุณธรรมตลอดจนเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้แก่คนในสังคม เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกิจที่สนับสนุนให้เกิดการทำผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อของโจร เป็นต้น
2.ไม่ทำธุรกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค้าไม้เถื่อน การรุกล้ำที่สาธารณะ การปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น
3.มีการป้องกันไม่ให้ธุรกิจเป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้งด้านเสียง สีและกลิ่น เช่น มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และการเก็บรักษารวมทั้งทำลายวัตถุมีพิษต่างๆ
4.ให้ความเคารพในสิทธิทางปัญญาของบุคคลอื่นหรือธุรกิจอื่น ด้วยการไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อความน่าอยู่ของสังคม เช่น ร่วมจัดทำศาลาพักผู้โดยสาร ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ
6.สร้างงานแก่คนในสังคม เพื่อให้คนในสังคมมีรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น
(วัชระ จริยสุขสกุล 12590071)
การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม
ตอบลบบริษัทตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจที่สุจริตและเป็นธรรมตามกรอบกติกาการแข่งขัน ภายใต้กฎและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยคำนึงถึงผลประโยชน์และผลกระทบการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน เจ้าหนี้ ชุมชนโดยรอบบริษัท
การต่อด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
บริษัทมีนโยบายต่อต้านการทุจริต โดยมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนดำเนินธุรกิจด้วยระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมไปถึงการส่งเสริมอบรมและสร้างจิตสำนึกให้พนักงานตระหนักถึงการทุจริตที่เกิดขึ้น
การเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทกำหนดกรอบและแนวทางดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษยชนต่างมีมาแต่เกิดโดยเท่าเทียมตามกฎหมาย รวมถึงข้อกำหนดตามมาตรฐานสากลสิทธิมนุษยชนอย่างพียงพอ และไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่ามีถิ่นกำเนิด สัญชาติ เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ สีผิว ศาสนา ภาษา หรือสถานะทางสังคมเช่นใด โดยมีการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ตลอดจนการปฏิบัติอย่างเสมอภาคซึ่งเป็นรากฐานของการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม
บริษัทให้ความสำคัญกับคุณค่าของพนักงานของบริษัท โดยผู้บริหารจะต้องปฏิบัติต่อพนักงานอย่างยุติธรรม บริหารงานโดยไม่มีความลำเอียง สนับสนุนในการสร้างศักยภาพในความก้าวหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณในที่ทำงานที่ต้องพึงปฏิบัติ และจัดสวัสดิการให้อย่างเหมาะสมรวมไปถึงการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างมีเหตุผล
ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและลูกหนี้
บริษัทกำหนดกรอบหลักการและแนวทางการรับผิดชอบต่อลูกค้าและลูกหนี้ด้วยการพัฒนาการบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานจนนำไปสู่ความไว้วางใจ รวมถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและลูกหนี้ทั้งก่อนและหลังการดำเนินธุรกิจ มีการให้ข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และเชื่อถือได้เพื่อประกอบการตัดสินใจทำธุรกรรมองค์กร
การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนและถือเป็นธุรกิจหลักอย่างหนึ่งโดยจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และการกำหนดมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท
การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม จึงจัดให้มีโครงการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกิจกรรม สนับสนุนการศึกษา สร้างอาชีพโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่แม้ไม่ได้จบปริญญาหรือแม้แต่จบมัธยมที่ 3 ได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทโดยไม่มีการปิดกั้นโอกาส และส่งเสริมให้คนพึ่งตนเองผ่านกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม
นวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรม
บริษัทกำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปสู่การเพิ่มมาตรฐานกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงปลูกจิตสำนึกให้พนักงานในองค์กรเป็นผู้ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายองค์กรกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสังคมได้อย่างสมดุล
(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
หน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง : เป็นผู้ตัดสินใจแผนการระยะยาวที่เกี่ยวกับทิศทางโดยรวมขององค์การ กำหนด วัตถุประสงค์ นโยบายและกลยุทธ์
ตอบลบแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล
หน้าที่ของผู้บริหารระดับกลาง : ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ประสานงานระหว่าง ผู้บริหารระดับสูง
แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา
หน้าที่ของผู้บริหารระดับล่าง : ทำตามนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางกำหนดไว้
แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม : ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ความรับผิดชอบขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุนองค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาวองค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริงองค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริงและให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า“พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆเกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
-ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
-การรับรู้ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแต่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ขนาด รูปร่างและคุณสมบัติอี่น ๆ
-การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าองค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
-การศึกษา ความรับผิดชอบขององค์กรที่ให้ลูกค้าเข้าสู่โปรแกรมการศึกษาเป้าหมาย คือ ให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนวิธีการใช้ที่เหมาะสม
-การเลือก เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดองค์การจะต้องไม่สร้างข้อกำจัดในการแข่งขัน
( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำาเนินงานของตนเองอยู่เสมอ ว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในต่างๆ หรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าจะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ ระดับใด ซึ่งจะทำาให้เป้าหมาย นโยบาย ตลอดจนการดำาเนินงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล(Health and Welfare)
ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำาหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุม เว้นแต่ ได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค เป็นต้น
2) ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
(Quality and Services)
ได้แก่ การจำาหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ ชำรุดเสียหาย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขายและรับประกันสินค้าตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3) ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา
(Information and Education)
ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การให้ความรู้ด้านสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ
4) ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
(Environment)
ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำานึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงแก้ ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5) ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม
(Religion and Culture)
ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชาบรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำาเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามสมควรแล้วแต่กรณี
6) ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (HumanRights)
ได้แก่ การคำานึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่า บุคคลกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิ ในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
ความรับผิดชอบขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์การมีเงื่อนไขที่กระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ขอบเขตความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องคุ้มครองหรือให้ผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญๆ ได้แก่
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุนองค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จได้ผู้บริหารยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์การมีผลกำไรในระยะยาวองค์การจึงไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างการปฏิบัติทางจริยธรรมและผลกำไรขององค์การการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจึงเป็นวิธีการนำไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริงองค์การจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมทำให้ลดปัญหาด้านแรงงานและยังช่วยในการเพิ่มผลผลิต
2.ความรับผิดชอบขององค์การต่อบุคลากร องค์การจะเพิ่มผลผลิตได้โดยต้องอาศัยบุคลากรหรือพนักงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งถ้าองค์การตระหนักในข้อเท็จจริงและให้ความสำคัญการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงความคาดหวังขององค์การ การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่ดีและการทำงานเป็นทีม คำกล่าวที่ว่า“พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า” จึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเสมอ
3.ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้า การสร้างและการรักษาความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์การไม่ใช่งานที่ง่ายนักเพราะยังมีสิ่งต่างๆเกี่ยวข้องมากกว่าการขายสินค้าและการบริการการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรอบความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่จะได้รับรู้สิทธิของตน อันได้แก่
-ความปลอดภัย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้าองค์กรต้องจัดหาสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย ความเชื่อถือขององค์การจะหมดไปเมื่อองค์การผลิตผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้า
-การรับรู้ลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นส่วนควบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด การแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแต่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ขนาด รูปร่างและคุณสมบัติอี่น ๆ
-การบอกกล่าว เป็นสิทธิของผู้เป็นลูกค้าที่จะแนะนำช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าองค์กรต้องมีความรับผิดชอบที่จะสร้างกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากลูกค้า
-การศึกษา ความรับผิดชอบขององค์กรที่ให้ลูกค้าเข้าสู่โปรแกรมการศึกษาเป้าหมาย คือ ให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนวิธีการใช้ที่เหมาะสม
-การเลือก เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดองค์การจะต้องไม่สร้างข้อกำจัดในการแข่งขัน
ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
สังคมเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มของบุคคล โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ในสังคมแตกต่างกัน มีการแบ่งงานกันทำ มีสิทธิและเสรีภาพในฐานะการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงต้องมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าหรือมีความสงบสุข มีส่วนรับผิดชอบกับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมดังนี้
ตอบลบ1.ไม่ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมทั้งด้านจิตใจและด้านศีลธรรม ซึ่งมีผลให้คนในสังคมขาดคุณธรรมตลอดจนเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้แก่คนในสังคม เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกิจที่สนับสนุนให้เกิดการทำผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อของโจร เป็นต้น
2.ไม่ทำธุรกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค้าไม้เถื่อน การรุกล้ำที่สาธารณะ การปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น
3.มีการป้องกันไม่ให้ธุรกิจเป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้งด้านเสียง สีและกลิ่น เช่น มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และการเก็บรักษารวมทั้งทำลายวัตถุมีพิษต่างๆ
4.ให้ความเคารพในสิทธิทางปัญญาของบุคคลอื่นหรือธุรกิจอื่น ด้วยการไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อความน่าอยู่ของสังคม เช่น ร่วมจัดทำศาลาพักผู้โดยสาร ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ
6.สร้างงานแก่คนในสังคม เพื่อให้คนในสังคมมีรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น
นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
(น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ตอบลบผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ตอบลบผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
- ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
- ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
- ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
- ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
- ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ตอบลบผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
วชิราพร คำกอง 12590068
การที่ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ ที่องค์การต้องนำพิจารณานั้น ทั้งนี้เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมีส่วนผลักดันให้ขอบเขตความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดังนั้น องค์การที่จะดำรงอยู่ในสังคม จึงต้องปกป้องและพัฒนาสังคมควบคู่กันกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าองค์การปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วในระยะยาวกิจการนั้น ๆ จะได้รับการปฏิเสธจากสังคม ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อแสวงหาผลกำไรปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้แสดงถึงระดับความรับผิดชอบต่อสังคมแบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
ตอบลบ- ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี บุคคลไม่เพียงแต่จะมีสิทธิในการประกอบธุรกิจการเท่านั้น การที่องค์กรเป็นผู้ผลิตและให้บริการถ้าองค์กรไม่มีผลตอบแทนหรือกำไรที่คุ้มค่าแล้ว องค์กรก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น พื้นฐานการดำเนินการขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างหลักประกันที่สำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาวะการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลาดการค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรีการดำเนินงาน ขององค์กรจะต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยที่รัฐเป็นผู้ควบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอย่างถ้าเกิดวิกฤตการณ์ที่มีผลต่อความมั่นคง รัฐอาจใช้วิธีกำหนดนโยบายควบคุมราคาสินค้า ซึ่งทางองค์กรต้องปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด
- ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility)
นอกเหนือจากการที่องค์กรดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องค์กรควรมีความรับผิอชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่องค์การต้องใช้พิจารณาถึงความถูกหรือความผิดที่มีต่อสังคม กฎเกณฑ์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการที่กฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานได้ทุกด้าน ดังนั้น กรณีที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายองค์กรต้องวินิจฉัยว่าอะไรคือความถูกต้อง
โดยทั่วไปกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุ่มดังนี้
1. ผู้บริโภค
2. การแข่งขัน
3. สิ่งแวดล้อม
4. ความเท่าเทียมและความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม (Ethical Responsibility)
ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจและกฎหมาย ถือว่าเป็นพันธะที่องค์กรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการดำเนินงานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเป็นกฎเกณฑ์ของค่านิยมทางศีลธรรมที่องค์กรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจึงเป็นกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
การจัดการภาคการผลิตและบริการ องค์การมักจะเผชิญกับปัญหาด้านจริยธรรม เช่น การวินิจฉัยปัญหาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เนื่องจากความซับซ้อนของปัญหามีมากจนยากต่อการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนดไว้ แต่สินค้านั้นได้มาตาฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หรือการละเมิดจริยธรรม (Ethical lapses) ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อองค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม
ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมขององค์กรไม่อาจพิสูจน์อย่างชัดเจนต่อผลกำไรก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วองค์กาใดก็ตามที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว องค์กรนั้นก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
- ความรับผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(เบญญาภา กรีรถ 12590044)
-หน้าที่ผู้บริหารระดับสูง มีหน้าที่บริหารงานโดยตลอดทั้งองค์การใช้เงลาส่วนใหญืไปในการกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การ กำหนดกลยุทธ์ กำหนดนโยบาย และวางแผนระยะยาว รวมถึงการตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่างๆที่มีความสำคัญ เช่น การผลิตสินค้าใหม่
ตอบลบ-หน้าที่ผู้บริหารระดับกลาง
มีหน้าที่รับนโยบายจากผูบริหารระดับสูงไปปฏิบัติรับผิดชอบในฝ่ายของตนเอง วางแผนและจัดระเบียบวิธีปฏิบัติงานเฉพาะอย่างเพื่อให้งานในความรับผิดชอบประสบความสำเร็จตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูง
- หน้าที่ผู้บริหารระดับต้น
มีหน้าที่กำกับดูแลและสั่งการโดยตรงต่อพนักงาน ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจในระยะสั้นวันต่อวันหรือสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ต้องรับรายงานโดยตรงจากพนักงานและเสนอรายงานต่อผู้บริหารระดับกลางและสูงต่อไป
(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ตอบลบผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
1. ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
ตอบลบผู้ถือหุ้นของเรามีความมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจอย่างมั่นคง พันธสัญญาของเราคือการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นนำผลตอบแทนนั้นกลับมาลงทุนในบริษัทเราอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายธุรกิจ รวมถึงจูงใจและรักษาคนของเราได้
2. ความรับผิดชอบต่อพนักงาน
พนักงานของเราคือทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร ดังนั้นเราจะยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงานเราอย่างต่อเนื่อง เราให้คุณค่ากับความหลากหลายในองค์กร ทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับการศึกษาทุกสัญชาติและทุกเชื้อชาติ จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน พนักงานของเรายึดมั่นคุณธรรมที่สูงสุดทั้งในงานและชีวิตส่วนตัว พนักงานของเราพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับองค์กรด้วยความเต็มใจ
3. ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
ลูกค้าของเรามีความต้องการคุณภาพและบริการที่สูงมาก และความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังนั้นเราต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ลูกค้าของเราคือบริษัทระดับโลก ดังนั้นเราจึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลทัดเทียมกับลูกค้าของเรา ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่แข่งขันสูงมาก ดังนั้นเราต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและจริงใจกับลูกค้าของเราทุกระดับ เราคือทุกคำตอบของลูกค้า โดยการปฏิบัติดังต่อไปนี้
4. ความรับผิดชอบต่อคู่ค้า
ผู้ส่งมอบของเราคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ดังนั้นเราต้องมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ส่งมอบในด้านคุณภาพ ต้นทุนและการส่งมอบที่ตรงเวลา เราจะดำเนินธุรกิจต่อกันและกันอย่างซื่อสัตย์และยุติธรรม
5. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นเป็นพันธกิจของเรา เราจะสนับสนุนให้พนักงานของเราเป็นพลเมืองที่มีจริยธรรมสูง เราจะตอบแทนสังคม โดยการสนับสนุนด้านการศึกษา การช่วยเหลือชุมชน และการบรรเทาทุกข์จากสาธารณภัย โดยบริษัท กำหนดนโยบายที่เกี่ยวกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน และมีแผนจัดทำโครงการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชน โดยคณะกรรมการอนุมัติให้จัดสรรเงินงบประมาณ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และตอบแทนชุมชน สังคม และ สิ่งแวดล้อม ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงบริษัท และชุมชนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
ตอบลบ2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดด้านหนึ่งบ้าง
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด ฯลฯ เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขาย และรับประกันคุณภาพข้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จําเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยว ฃกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ (เช่น โรงงาน) ต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ การ ผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามควรแก่กรณี นอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและ เผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษย ชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย เป็นต้น
(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา
(สิริกร ราชมณี 12590084)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
-ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในบางกรณีที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน องค์กรอาจเลือกเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าสำคัญเป็นประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ในด้านความโปร่งใส
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิในการได้รับการศึกษา
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ตอบลบผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่องต่อองค์กร
ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา
ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาด
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
บริหารและองค์กรต่าง ๆ ควรพิจารณาทบทวนบทบาทและขอบเขตในการดำาเนินงานของตนเองอยู่เสมอ ว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในต่าง ๆ หรือไม่ เพื่อให้ ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าจะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่าง ๆ ระดับใด ซึ่งจะทำาให้เป้าหมาย นโยบาย ตลอดจนการดำาเนินงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่าง ๆ มีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล
ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำาหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุม เว้นแต่ ได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค เป็นต้น
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ได้แก่ การจำาหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ ชำรุดเสียหาย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด ให้บริการหลังการขายและรับประกันสินค้าตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา
ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การให้ความรู้ด้านสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ
4. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงแก้ ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5. ความรับผิดชอบด้านสาสนาและวัฒนธรรม
ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชาบรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่เสี่ยงหรือล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคม จำาเป็นต้องทำความเข้าใจ ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงตามสมควรแล้วแต่กรณี
6. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่าง ๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่า บุคคลกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิ ในการได้รับบริการด้านใดบ้าง เช่น เด็กควรมีสิทธิ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
ผู้บริหารในระดับต่าง ๆตามหน้าที่องค์กรควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในแตกละด้านตามหน้าที่ธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์ 12590018)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการด้านใดบ้าง
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ผู้บริหารและองค์กรต่างๆควรพิจารณาขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าประสงค์จะแสดงความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เหล่านี้ในระดับใด โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมใน้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล (Health and Welfare) ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายและมีการป้องกันความเสี่ยงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์ เนื่องจากมีอันตรายแก่ผู้บริโภค
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ (Products and Services) ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพเสียหรือไม่ตรงตามที่กำหนดให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เป็นต้น
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา (Information and Education) ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กรการให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อาทิ โรงงาน)ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ และดำเนินการป้องกัน ติดตามผล ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาดได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม (Religion and Culture) ได้แก่ การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน ตลอดจนศาสนาของสังคม หากมีประเด็นที่ล่อแหลมต่อความเข้าใจของสังคมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงนอกจากนี้ควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคมด้วย
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการได้รับบริการ
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(วิลาิสนี เกตุแก้ว12590073)
ผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
ตอบลบผู้บริหารในระดับต่างๆตามหน้าที่องค์กร ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่อไปนี้
1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของบุคคล เช่น การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า
ที่มีคุณภาพ
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบของกิจการต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ ป่าไม้ ดิน น้ำ อากาศ
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่นการผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยมความเชื่อ วิถีประชา บรรทัดฐาน และศาสนา
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆเช่น เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควรมีสิทธิขั้นพื้นฐาน
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ผู้บริหารควรพิจารณาความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงหรือขาดตกบกพร่อง ความแสดงรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆมีดังนี้
ตอบลบ1.ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลโดยไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นร้านขายยาไม่จำหน่ายยาควบคุมเว้นแต่ได้รับใบสั่งจากแพทย์
2.ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร ให้ความรู้อย่างถูกต้อง
4.ความรับผิดชอบด้านสิ่งเเวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการต่อสิ่งแวดล้อม
5.ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อตลอดจนศาสนาของสังคม และควรสนับสนุนการทำนุบำรุงและเผยแพร่ศาสนาเพื่อเป็นหลักใจของสังคม
6.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมว่าบุคคลกลุ่มนี้ควรมีสิทธิได้รับบริการด้านใดบ้าง
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ผู้บริหารและองค์กรต่าง ๆควรพิจารณาทบทวนและขอบเขตในการดำเนินงานของตนเองอยู่เสมอว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่าง ๆเหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้ไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือมีความเสี่ยงต่อการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่าง ๆ มีดังนี้
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคล ได้แก่ การไม่ผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคคลทั่วไป และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่ก่ออันตราย
2. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ให้บริการหลังการขายและรับประกันคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
3. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องครบถ้วน
4. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับปรุงเมื่อเกิดข้อผิดพลาดทันที
5. ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ การผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ และหลีกเลี่ยงสิ่งล่อแหลม
6. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่าง ๆ เช่น เด็ก สตรี คนชรา เป็นต้น
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบบริษัทต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอาเปรียบ ไม่สร้างความเดือดร้อนรวมถึงต้องรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง บริษัทฯ กำหนดนโยบาย ด้านสังคมเพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงาน ดังนี้
- สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปฏิบัติตามนโยบายและกฎระเบียบในการดูแลสังคมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
- ทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่อาจเปิดเผยได้
- มุ่งมั่นรักษาสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดีของทุกโครงการ โดยจัดให้มีหน่วยงานบริหารโครงการทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)