พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้1.พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ2.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต3.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ4.พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด5.พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง6.มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน7.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว8.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ponsibility)Responsibility การดำเนินธุรกิจใดก็ตามพฤติกรรมการหลอกลวง ฉ้อฉล การล้วงความลับทางการค้าและอื่นๆ ไม่ได้เกิดแต่เฉพาะในองค์การขนาดใหญ่เท่านั้น องค์การขนาดย่อมก็มีปัญหาเหมือนกันจริยธรรมทางธุรกิจเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน ทั้งยังมีผลต่อความน่าเชื่อถือของกิจการอีกด้วย การดำรงไว้ซึ่งกิจการของธุรกิจขนาดย่อมไม่ใช่สิ่งที่พึงปฏิบัติได้โดยง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่กิจการต้องเผชิญกับการแข่งขันปัญหาทางการเงินจนบางครั้งผู้ประกอบการอาจลืมเรื่องจริยธรรม แสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลี่ยงภาษี การแสดงงบการเงินเท็จเพื่อการขอกู้เงินกับสถาบันการเงินและเจ้าหนี้ การบิดเบือนข้อกับลูกค้า เป็นต้น(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว 3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง 4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน 5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น -ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
พนักงานมีส่วนสำคัญในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโต ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลพนักงานให้มีความมุ่งมั่นในการทำงานและมีความมั่นใจต่อสถานภาพในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆ หากต้องการให้ธุรกิจสามารถพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนได้แนวทางการปฏิบัติต่อพนักงานเพื่อให้เกิดความรักและเชื่อมั่นในธุรกิจ พื้นฐานต้องเริ่มจากการเคารพในสิทธิมนุษยชนของพนักงานเรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่นานาชาติให้ความสนใจจนมีการประกาศ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” ขึ้น โดยองค์การแรงงานโลก ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งภายใต้สหประขาชาติ เพื่อให้องค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรของรัฐและองค์กรภาคเอกชน ได้นำมาใช้เป็นต้นแบบในการกำหนดกฎเกณฑ์และระเบียบในการทำงานขององค์กรหรือของประเทศสำหรับประเทศไทย ก็มีกฎหมายที่พยายามควบคุมการใช้แรงงานในธุรกิจให้เป็นไปตามกรอบของปฏิญญานี้ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ดังนั้น เป้าหมายแรกของธุรกิจที่ต้องการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด และมีการปรับปรุงให้มีการคุ้มครองพนักงาน หรือให้สวัสดิการ การอบรมเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าระดับที่กฎหมายกำหนดเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานและการฝากผีฝากไข้ให้กับบริษัทอย่างยั่งยืน(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
3. พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรอย่างไรตอบ : พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย - มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
3.พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กร โดยการประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจริยธรรมในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือประชาชน รวมทั้งสมาชิกอื่นๆ ต้องปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ (อารียา ปานทอง 12590109)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น-ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่นายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังต่อนี้1.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง3.ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง4.เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง5.ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย6.สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่ฟังผู้อื่น7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย - มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
พนักงาน ( Employer ) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรมีจรรยาบรรณ ดังนี้1 ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม 2 ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต 3 สนับสนุนพนักงานมีการพัฒนาตนเองเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถโดยการฝึกอบรมสัมมนา รวมทั้ง สนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น 4 ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและผลตอบแทน 5 เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน 6 ศึกษาความเข้าใจพนักงานด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงาน7 ให้ความเชื่อถือไว้วางใจด้วยการมอบหมายงาน ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น 8 ให้คำแนะนำปรึกษาด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม 9 ส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมประเทศชาติปวีณา เกตุแย้ม 12590047
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงาน เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้-ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน-มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ-ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน-เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น-ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ-สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ-ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
พนักงานเป็นบุคลากรที่สำคัญและจำเป็นในองค์กร ซึ่งพนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังนี้- เคารพกฏหมาย ต้องเคารพและปฎิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบียน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในเนื้อหา- ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น จงปฏิบัติตอผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน- สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแดงความคิดเห็น และความต้องการของตนเอง- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเป็นการยากที่จะหาผู้อื่นมารับผิดชอบแทน(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
ข้อ 3พนักงาน คือ บุคคลากรที่ทำงานในสำนักงานทั่วไปทั้งส่วนราชการการและเอกชน ส่วนใหญ่หมายถึงข้าราชการระดับ ๑หรือ ๒ หรือผู้ที่ทำงานบริษัททำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ- ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้ 1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงานเช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุงให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร 2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความเป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ 7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้1.เคารพกฎหมาย ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและไม่ตีความกฎหมาย โดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง และไม่ใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ควรปฏิบัติต่อสังคมหรือองค์กรให้เท่าเทียมเหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความคิดเห็นของผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่แสดงการดูถูกเหยียดหยามหรือยกตนข่มท่านในทุกกรณี5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน 6.สร้างการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจดำเนินการใดๆโดยพลการและไม่รับฟังเสียงที่แท้จริงของผู้เกี่ยวข้อง7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว กล่าวง่ายๆคือควรทำให้เต็มที่เมื่อได้รับมอบหมายงาน(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1.ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม 2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต 3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา 4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน 6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
- เคารพกฎหมาย ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับ- พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง และไม่ใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้- ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ควรปฏิบัติต่อสังคมหรือองค์กรให้เท่าเทียมเหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความคิดเห็นของผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย - สร้างการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง - ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
วิธีที่พนักงานโดยทั่วไปแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กร มีหลายวิธีดังนี้1. ด้านคุณภาพและการบริการ : จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ2. ด้านข้อมูลข่าวสารความรู้และการศึกษา : การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน3. ด้านสิ่งแวดล้อม : ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม4. ด้านศาสนาและวัฒนธรรม : การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม หลีกเลี่ยงความล่อแหลมต่อสังคม(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
1.เคารพกฏหมาย ความรับผิดชอบต่อกฏหมายซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับโดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือประโยชน์เพื่อตัวเอง2.)ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง3)ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น จงปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับท่านปฏิบัติต่อตนเอง4.)เคารพผู้อื่นโดยแสดงความเคารพต่อการกระทำความคิดและความเห็นของผู้อื่น5.)ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหาอเกิดความเสียหายทั้งร่างกายจิตใจทรัพสิน6.)สร้างการมีส่วนรวมโดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วม7.)ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว 3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง 4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน 5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ (วัชระ จริยสุขสกุล)
ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเคารพสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมองค์กรภาครัฐ หรือเอกชนที่มีภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมต่างๆของบริษัทด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมทำงานอาสาสมัคร และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกับชุมชนไม่สนับสนุนกิจกรรมที่ขัดต่อหลักศีลธรรม หรือก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนที่บริษัทประกอบกิจการอยู่ ลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานภาครัฐตลอดจนถึงสังคมและประเทศชาติที่มีต่อบริษัท(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
องค์กร1.พนักงานพึงประพฤติปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่งและประกาศของบริษัทอย่างเคร่งครัด2.พนักงานพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตน ปรับปรุงและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของบริษัท เป็นสำคัญ3.พนักงานพึงสร้างภาพพจน์ ชื่อเสียง เกียรติยศอันดีงามให้เกิดแก่บริษัท4.พนักงานพึงมีความภักดี และมีทัศนคติที่ดีต่อบริษัท ไม่พึงประกอบการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการแข่งขัน หรือขัดผลประโยชน์กับกิจการของบริษัท5.พนักงานพึงใช้ทรัพย์สินของบริษัทอย่างประหยัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และรักษาให้อยู่ในสภาพดี6.พนักงานพึงรักษาความลับ ข้อมูล และข่าวสารในการดำเนินธุรกิจของบริษัทความรับผิดชอบต่อสังคม 1.ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ พนักงานพึงคำนึงถึงทางเลือกที่มีผลกระทบต่อความเสียหายต่อสังคมและสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด2.พนักงานพึงส่งเสริมการใช้และการอนุรักษ์พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อชนรุ่นหลัง3.พนักงานพึงมีจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง4.พนักงานพึงอนุรักษ์ และจรรโลงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติ ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ตามควรแก่กรณี5.พนักงานจะไม่พึงเสนอให้บริษัทนำเงินไปสนับสนุนทางการเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อมศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
พนักงานต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3.ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังต่อนี้1.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง3.ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง4.เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง5.ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย6.สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่ฟังผู้อื่น7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
พนักงานต้องมีจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพต่อผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน ถ้าทั้งฝ่ายต่างปฏิบัติต่อกันด้วยการมีจรรยาบรรณย่อมทำาให้การทำางานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนั้น พนักงานจึงควรมีจรรยาบรรณต่อผู้ประกอบธุรกิจ ดังนี้1.มีความซื่อสัตย์สุจริตมีความรับผิดชอบขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3.ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำาตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำาให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดี เต็มใจทำางานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังต่อนี้1.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง3.ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง4.เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง5.ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย6.สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่ฟังผู้อื่น7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้1.พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ2.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต3.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ4.พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด5.พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง6.มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน7.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว8.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจนายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
พนักงานมีส่วนสำคัญในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโต ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลพนักงานให้มีความมุ่งมั่นในการทำงานและมีความมั่นใจต่อสถานภาพในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆ หากต้องการให้ธุรกิจสามารถพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนได้1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3.ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น -ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
พนักงาน เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาองค์การในรูปแบบต่างๆทุกๆ องค์การ ให้ความสำคัญกับงานบริการต่อลูกค้า โดยลืมไปว่า แท้จริงแล้ว พนักงานนี่แหละสำคัญที่สุด เมื่อไม่มีพนักงาน ก็ย่อมไม่มีลูกค้า เมื่อไม่มีลูกค้า ก็ย่อมไม่เกิดกำไร หรือเงินหมุนเวียนให้องค์การหรือธุรกิจเติบโต สิ่งที่พนักงานพึ่งกระทำต่อสังคมและองค์กร1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ 6. ออกไปร่วม หรือ ทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือต่อสังคม ทั้งในนามบริษัทจัดขึ้นและ พนักงานร่วมด้วยช่วยกันรัญชริดา มะนุ่น 12590067
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย - มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
พนักงานต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว- ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงานเช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุงให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความเป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ 7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย - มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้ - มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย - มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว - ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง - ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน - ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(เบญญาภา กรีรถ 12590044)
แนวคิดและการปฎิบัติเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การ (Corporate Social Responsibility) หรือ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อน ที่หลายองค์การให้ความสำคัญ และทำให้บทบาทของนักบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) เริ่มมีความเด่นชัดมากขึ้น ในการทำหน้าที่หุ้นส่วนกลยุทธ์ (Strategic Partner) ทั้งนี้เนื่องจาก CSR ช่วยตอกย้ำและเพิ่มพูนบทบาทหน้าที่และความเชี่ยวชาญของ HR ที่มีเป็นทุนเดิมมาก่อนกิจกรรมCSR แม้จะมีความแตกต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายที่สำคัญคือต้องการให้พนักงานในองค์การได้เรียนรู้ เข้าใจตระหนักถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนดังนั้นจึงมักพบว่า กิจกรรม CSR ส่วนหนึ่งได้ถูกกำหนดให้มีรูปแบบเป็นกิจกรรมที่ต้องการการมีส่วนร่วมของ พนักงาน หรือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางด้านนันทนาการ (Recreations) ที่เป็นงานทางด้านกิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ HR ต้องมีบทบาทในการเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมเหล่านี้( นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013
โดยการการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจริยธรรมในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือประชาชน รวมทั้งสมาชิกอื่นๆ ต้องปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ (หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
การสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม แม้ว่าจะไม่มีมาตรฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมทางจริยธรรม แต่ในทางปฏิบัติองค์กรควรกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้น เพื่อให้บุคลากรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ถึงแม้ว่ามาตรฐานที่กำหนดขึ้นนี้จะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาทางจริยธรรมที่เป็นสากลก็ตาม แต่ถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้บุคลากรสามารถตัดสินใจกับปัญหาทางจริยธรรมได้อย่างเหมาะสม และเข้าใจผลกระทบจากการปฏิบัติก่อนที่จะทำการตัดสินใจ ขั้นตอนการจัดการกับพฤติกรรมทางจริยธรรม การสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมถือเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งขององค์กร แต่การรักษามาตรฐานทางจริยธรรมนั้นถือเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการจัดการอย่างแท้จริง การปลูกฝังพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นสิ่งที่เราสามารถจัดการได้ องค์กรสามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. การกำหนดกรอบทางจริยธรรมและสร้างหลักความเชื่อถือขององค์กร ซึ่งจะต้องพัฒนากรอบทางจริยธรรมให้ชัดเจน เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในแต่ละประเด็น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานขององค์กร 2. การกำหนดหลักจรรยาบรรณ จรรยาบรรณ (Ethical) คือ ข้อความที่บ่งบอกถึงมาตรฐานเชิงพฤติกรรมอะไรบ้างที่คาดหวังใช้เป็นแนวทางที่เป็นรูปธรรม ในการปฏิบัติและหลักทางจริยธรรมที่องค์กรคาดหวังว่าจะได้รับจากบุคลากร แม้จรรยาบรรณจะไม่ให้หลักประกันเกี่ยวกับพฤติกรรมทางจริยธรรมก็ตาม แต่จรรยาบรรณได้สร้างมาตรฐานเชิงพฤติกรรมให้กับองค์กร การจัดการด้านจริยธรรมโดยทั่วไปเกิดจากความต้องการของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นหลักความเชื่อและจรรยาบรรณ ดังนั้น การสร้างแบบอย่างทางจริยธรรมที่ดีผู้บริหารจะต้องเน้นที่การประพฤติตัวเป็นแบบอย่างมากกว่าการที่จะใช้การพูดหรือการกำหนดแต่นโยบาย 3. การประกาศใช้หลักจรรยาบรรณ องค์กรจะต้องดำเนินการเมื่อพบว่ามีการกระทำที่ละเมิดหลักจรรยาบรรณ ถ้าบุคลากรภายในองค์กรเรียนรู้ว่า ไม่ได้รับการลงโทษเมื่อมีการละเมิดจรรยาบรรณ จรรยาบรรณที่สร้างขึ้นมาจะไม่มีความหมาย การที่องค์กรกำหนดจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่ง่าย แต่การที่จะคงไว้นั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ถ้าต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน 4. การฝึกอบรมการประพฤติปฏิบัติจริยธรรม การปลูกฝังจริยธรรมเพื่อสร้างเป็นวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่องค์กรต้องดำเนินต่อจากการสร้างจรรยาบรรณและการประกาศใช้ องค์กรจะต้องแสดงให้บุคลากรเห็นว่าองค์กรได้ตกลงใจ ที่จะปฏิบัติตามหลักจริยธรรมที่องค์กรกำหนดอย่างมั่งคง ซึ่งวิธีกรที่มีประสิทธิผลมากที่สุด คือ การฝึกอบรม เพื่อปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้องให้กับบุคลากรได้ทราบถึงระบบค่านิยมที่ยึดถือปฏิบัติ 5. การเลือกบุคลากรที่เหมาะสม จริยธรรมส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของพื้นฐานของแต่ละบุคคล ดังนั้น การเลือกบุคคลที่มีหลักการและค่านิยมทางศีลธรรมที่ดีจะให้หลักประกันเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดจริยธรรม เพราะการตัดสินใจทางจริยธรรมบุคลากรจะต้องมี ข้อผูกพันต่อจริยธรรมเพื่อให้แก้ไขปัญหาและทำในสิ่งที่ถูกต้องในสถานการณ์ต่าง ๆ 6. การตรวจสอบจริยธรรม เป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการประเมินประสิทธิผลของระบบจริยธรรมเกี่ยวกับเรื่องข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ระบุว่าสิ่งใดดีถูกต้อง และสิ่งใดไม่ได้ไม่ถูกต้อง โดยองค์กรตั้งคณะกรรมการจริยธรรม เพื่อทำการตรวจสอบติดตามผลและทบทวนความเข้าใจในทางปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรม ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านจริยธรรม 7. การสร้างวัฒนธรรมการติดต่อสื่อสาร สภาพแวดล้อมทางจริยธรรมนั้นต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรรายงานการละเมินจริยธรรมที่พวกเขาได้พบเห็นผ่านช่องทางที่เหมาะสม นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
- พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ- เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ- พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด- พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง- มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงานเช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุงให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความเป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ 7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว 3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง 4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน 5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(สมภพ ขุนทรง 12590079)
พนักงาน(Employer) คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญถ้าไม่มีพนักงานอยู่ในองค์กรย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน เช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุงให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความเป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ 7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว 3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง 4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน 5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(สิริกร ราชมณี 12590084)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ (สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว 3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง 4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน 5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม- ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของพนักงาน- ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ -มีการรับประกันสินค้าในการบริการ- ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา -ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม - ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม Ex.ปตท. ทำโครงการฝายกันนำ้(ถือว่าแสดงความรับผิดชอบ)- ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม - ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว 3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง 4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน 5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย - มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น -ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
พนักงาน คือบุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้วพนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย 2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ3.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง4.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ5.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
นักงาน ( Employer ) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรมีจรรยาบรรณ ดังนี้1 ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม 2 ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต 3 สนับสนุนพนักงานมีการพัฒนาตนเองเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถโดยการฝึกอบรมสัมมนา รวมทั้ง สนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น 4 ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและผลตอบแทน 5 เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน 6 ศึกษาความเข้าใจพนักงานด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงาน7 ให้ความเชื่อถือไว้วางใจด้วยการมอบหมายงาน ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น 8 ให้คำแนะนำปรึกษาด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม 9 ส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมประเทศชาติ(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์12590018)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจเมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้วพนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ3.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง4.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ5.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
พนักงานเป็นบุคลากรที่สำคัญและจำเป็นในองค์กร ซึ่งพนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังนี้- เคารพกฏหมาย ต้องเคารพและปฎิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบียน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในเนื้อหา- ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น จงปฏิบัติตอผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง - ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน- สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแดงความคิดเห็น และความต้องการของตนเอง- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเป็นการยากที่จะหาผู้อื่นมารับผิดชอบแทนนายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้1.พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ2.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต3.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ4.พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด5.พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง6.มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน7.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว8.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(วิลาิสนี เกตุแก้ว12590073)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรอย่างไร - พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ- เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ- พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด- พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง- มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ(ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรอย่างไรตอบ : พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ(อัษฎาวุธ เขตเจริญ 12590106)
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
วิธีที่พนักงานโดยทั่วไปแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กร มีหลายวิธีดังนี้1. ด้านคุณภาพและการบริการ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ2. ด้านข้อมูลข่าวสารความรู้และการศึกษา การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน3. ด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม4. ด้านศาสนาและวัฒนธรรม การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม หลีกเลี่ยงความล่อแหลมต่อสังคม5.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควนมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการบริการด้านใดบ้าง(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
พนักงาน คือ บุคคลากรที่ทำงานในสำนักงานทั่วไปทั้งส่วนราชการการและเอกชน ส่วนใหญ่หมายถึงข้าราชการระดับ ๑หรือ ๒ หรือผู้ที่ทำงานบริษัททำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ- ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ1.พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ
2.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้น
ได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
4.พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
5.พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
6.มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน
7.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา
ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
8.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ponsibility)
ตอบลบResponsibility
การดำเนินธุรกิจใดก็ตามพฤติกรรมการหลอกลวง ฉ้อฉล การล้วงความลับทางการค้าและอื่นๆ ไม่ได้เกิดแต่เฉพาะในองค์การขนาดใหญ่เท่านั้น องค์การขนาดย่อมก็มีปัญหาเหมือนกันจริยธรรมทางธุรกิจเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน ทั้งยังมีผลต่อความน่าเชื่อถือของกิจการอีกด้วย การดำรงไว้ซึ่งกิจการของธุรกิจขนาดย่อมไม่ใช่สิ่งที่พึงปฏิบัติได้โดยง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่กิจการต้องเผชิญกับการแข่งขันปัญหาทางการเงินจนบางครั้งผู้ประกอบการอาจลืมเรื่องจริยธรรม แสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลี่ยงภาษี การแสดงงบการเงินเท็จเพื่อการขอกู้เงินกับสถาบันการเงินและเจ้าหนี้ การบิดเบือนข้อกับลูกค้า เป็นต้น
(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้
ตอบลบ-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง
-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย
-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
-ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
พนักงานมีส่วนสำคัญในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโต ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลพนักงานให้มีความมุ่งมั่นในการทำงานและมีความมั่นใจต่อสถานภาพในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆ หากต้องการให้ธุรกิจสามารถพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนได้
ตอบลบแนวทางการปฏิบัติต่อพนักงานเพื่อให้เกิดความรักและเชื่อมั่นในธุรกิจ พื้นฐานต้องเริ่มจากการเคารพในสิทธิมนุษยชนของพนักงาน
เรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่นานาชาติให้ความสนใจจนมีการประกาศ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” ขึ้น โดยองค์การแรงงานโลก ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งภายใต้สหประขาชาติ เพื่อให้องค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรของรัฐและองค์กรภาคเอกชน ได้นำมาใช้เป็นต้นแบบในการกำหนดกฎเกณฑ์และระเบียบในการทำงานขององค์กรหรือของประเทศ
สำหรับประเทศไทย ก็มีกฎหมายที่พยายามควบคุมการใช้แรงงานในธุรกิจให้เป็นไปตามกรอบของปฏิญญานี้ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
ดังนั้น เป้าหมายแรกของธุรกิจที่ต้องการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด และมีการปรับปรุงให้มีการคุ้มครองพนักงาน หรือให้สวัสดิการ การอบรมเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าระดับที่กฎหมายกำหนด
เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานและการฝากผีฝากไข้ให้กับบริษัทอย่างยั่งยืน
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น
5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ
6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ
7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
3. พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรอย่างไร
ตอบลบตอบ : พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น
1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด
2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
( ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896 )
3.พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กร โดยการประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจริยธรรมในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือประชาชน รวมทั้งสมาชิกอื่นๆ ต้องปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ
ตอบลบ(อารียา ปานทอง 12590109)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้
ตอบลบ-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง
-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย
-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
-ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
นายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังต่อนี้
ตอบลบ1.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
4.เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
5.ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย
6.สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่ฟังผู้อื่น
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด
2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
พนักงาน ( Employer ) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรมีจรรยาบรรณ ดังนี้
ตอบลบ1 ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม
2 ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต
3 สนับสนุนพนักงานมีการพัฒนาตนเองเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถโดยการฝึกอบรมสัมมนา รวมทั้ง สนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น
4 ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและผลตอบแทน
5 เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน
6 ศึกษาความเข้าใจพนักงานด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงาน
7 ให้ความเชื่อถือไว้วางใจด้วยการมอบหมายงาน ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8 ให้คำแนะนำปรึกษาด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9 ส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมประเทศชาติ
ปวีณา เกตุแย้ม 12590047
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงาน เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ-ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
-มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
-ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
-เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น
-ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ
-สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ
-ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
พนักงานเป็นบุคลากรที่สำคัญและจำเป็นในองค์กร ซึ่งพนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังนี้
ตอบลบ- เคารพกฏหมาย ต้องเคารพและปฎิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบียน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในเนื้อหา
- ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น จงปฏิบัติตอผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
- สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแดงความคิดเห็น และความต้องการของตนเอง
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเป็นการยากที่จะหาผู้อื่นมารับผิดชอบแทน
(น.ส.ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
ข้อ 3
ตอบลบพนักงาน คือ บุคคลากรที่ทำงานในสำนักงานทั่วไปทั้งส่วนราชการการและเอกชน ส่วนใหญ่หมายถึงข้าราชการระดับ ๑หรือ ๒ หรือผู้ที่ทำงานบริษัท
ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ
- ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่
ตอบลบต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติ
ต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
เช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุง
ให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร
2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความ
เป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษา
พยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น
3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการ
ฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น
4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดย
ไม่ได้รับอนุญาต
6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของ
พนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ
7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การ
ยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบพนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ1.เคารพกฎหมาย ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและไม่ตีความกฎหมาย โดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง และไม่ใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ควรปฏิบัติต่อสังคมหรือองค์กรให้เท่าเทียมเหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
4.เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความคิดเห็นของผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่แสดงการดูถูกเหยียดหยามหรือยกตนข่มท่านในทุกกรณี
5.ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
6.สร้างการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจดำเนินการใดๆโดยพลการและไม่รับฟังเสียงที่แท้จริงของผู้เกี่ยวข้อง
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว กล่าวง่ายๆคือควรทำให้เต็มที่เมื่อได้รับมอบหมายงาน
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1.ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม
2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต
3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา
4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน
6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ
7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
- เคารพกฎหมาย ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับ
ตอบลบ- พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง และไม่ใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้
- ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ควรปฏิบัติต่อสังคมหรือองค์กรให้เท่าเทียมเหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความคิดเห็นของผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
- สร้างการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตนเอง
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
วิธีที่พนักงานโดยทั่วไปแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กร มีหลายวิธีดังนี้
ตอบลบ1. ด้านคุณภาพและการบริการ : จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ
2. ด้านข้อมูลข่าวสารความรู้และการศึกษา : การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน
3. ด้านสิ่งแวดล้อม : ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
4. ด้านศาสนาและวัฒนธรรม : การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม หลีกเลี่ยงความล่อแหลมต่อสังคม
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
1.เคารพกฏหมาย ความรับผิดชอบต่อกฏหมายซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับโดยขัดกับเจตนาของกฎหมายหรือประโยชน์เพื่อตัวเอง
ตอบลบ2.)ไม่มีเจตนาบิดเบือน หลอกลวง
3)ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น จงปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับท่านปฏิบัติต่อตนเอง
4.)เคารพผู้อื่นโดยแสดงความเคารพต่อการกระทำความคิดและความเห็นของผู้อื่น
5.)ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหาอเกิดความเสียหายทั้งร่างกายจิตใจทรัพสิน
6.)สร้างการมีส่วนรวมโดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วม
7.)ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(วัชระ จริยสุขสกุล)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ
ตอบลบดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
เคารพสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมองค์กรภาครัฐ หรือเอกชนที่มีภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมต่างๆของบริษัทด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมทำงานอาสาสมัคร และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกับชุมชน
ไม่สนับสนุนกิจกรรมที่ขัดต่อหลักศีลธรรม หรือก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชนที่บริษัทประกอบกิจการอยู่ ลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานภาครัฐตลอดจนถึงสังคมและประเทศชาติที่มีต่อบริษัท
(มณฑล น้ำแก้ว 12590065)
องค์กร
ตอบลบ1.พนักงานพึงประพฤติปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่งและประกาศของบริษัทอย่างเคร่งครัด
2.พนักงานพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตน ปรับปรุงและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของบริษัท เป็นสำคัญ
3.พนักงานพึงสร้างภาพพจน์ ชื่อเสียง เกียรติยศอันดีงามให้เกิดแก่บริษัท
4.พนักงานพึงมีความภักดี และมีทัศนคติที่ดีต่อบริษัท ไม่พึงประกอบการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการแข่งขัน หรือขัดผลประโยชน์กับกิจการของบริษัท
5.พนักงานพึงใช้ทรัพย์สินของบริษัทอย่างประหยัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และรักษาให้อยู่ในสภาพดี
6.พนักงานพึงรักษาความลับ ข้อมูล และข่าวสารในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ความรับผิดชอบต่อสังคม
1.ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ พนักงานพึงคำนึงถึงทางเลือกที่มีผลกระทบต่อความเสียหายต่อสังคมและสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด
2.พนักงานพึงส่งเสริมการใช้และการอนุรักษ์พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อชนรุ่นหลัง
3.พนักงานพึงมีจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
4.พนักงานพึงอนุรักษ์ และจรรโลงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติ ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ตามควรแก่กรณี
5.พนักงานจะไม่พึงเสนอให้บริษัทนำเงินไปสนับสนุนทางการเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น
ตอบลบ1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด
2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ
( นายนภนต์ เจียรนัย 12590040 )
พนักงานต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3.ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังต่อนี้
ตอบลบ1.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
4.เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
5.ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย
6.สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่ฟังผู้อื่น
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
พนักงานต้องมีจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพต่อผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน ถ้าทั้งฝ่ายต่างปฏิบัติต่อกันด้วยการมีจรรยาบรรณย่อมทำาให้การทำางานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนั้น พนักงานจึงควรมีจรรยาบรรณต่อผู้ประกอบธุรกิจ ดังนี้
ตอบลบ1.มีความซื่อสัตย์สุจริตมีความรับผิดชอบขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3.ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำาตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำาให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดี เต็มใจทำางานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด
ตอบลบ2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
ธีรภัทร์ จำปาเรือง 12590039
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น
5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ
6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ
7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังต่อนี้
ตอบลบ1.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2.พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง
3.ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
4.เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
5.ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย
6.สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่ฟังผู้อื่น
7.ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ1.พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ
2.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้น
ได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
4.พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
5.พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
6.มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน
7.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา
ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
8.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
นายธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
พนักงานมีส่วนสำคัญในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโต ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลพนักงานให้มีความมุ่งมั่นในการทำงานและมีความมั่นใจต่อสถานภาพในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆ หากต้องการให้ธุรกิจสามารถพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนได้
ตอบลบ1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3.ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ตอบลบพนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้
-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง
-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย
-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
-ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
พนักงาน เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาองค์การในรูปแบบต่างๆทุกๆ องค์การ ให้ความสำคัญกับงานบริการต่อลูกค้า โดยลืมไปว่า แท้จริงแล้ว พนักงานนี่แหละสำคัญที่สุด เมื่อไม่มีพนักงาน ก็ย่อมไม่มีลูกค้า เมื่อไม่มีลูกค้า ก็ย่อมไม่เกิดกำไร หรือเงินหมุนเวียนให้องค์การหรือธุรกิจเติบโต สิ่งที่พนักงานพึ่งกระทำต่อสังคมและองค์กร
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
6. ออกไปร่วม หรือ ทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือต่อสังคม ทั้งในนามบริษัทจัดขึ้นและ พนักงานร่วมด้วยช่วยกัน
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
ตอบลบพนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
พนักงานต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
- ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่
ตอบลบต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติ
ต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
เช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุง
ให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร
2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความ
เป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษา
พยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น
3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการ
ฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น
4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดย
ไม่ได้รับอนุญาต
6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของ
พนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ
7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การ
ยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
- ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(เบญญาภา กรีรถ 12590044)
แนวคิดและการปฎิบัติเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การ (Corporate Social Responsibility) หรือ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อน ที่หลายองค์การให้ความสำคัญ และทำให้บทบาทของนักบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) เริ่มมีความเด่นชัดมากขึ้น ในการทำหน้าที่หุ้นส่วนกลยุทธ์ (Strategic Partner) ทั้งนี้เนื่องจาก CSR ช่วยตอกย้ำและเพิ่มพูนบทบาทหน้าที่และความเชี่ยวชาญของ HR ที่มีเป็นทุนเดิมมาก่อน
ตอบลบกิจกรรมCSR แม้จะมีความแตกต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายที่สำคัญคือต้องการให้พนักงานในองค์การได้เรียนรู้ เข้าใจตระหนักถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนดังนั้นจึงมักพบว่า กิจกรรม CSR ส่วนหนึ่งได้ถูกกำหนดให้มีรูปแบบเป็นกิจกรรมที่ต้องการการมีส่วนร่วมของ พนักงาน หรือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางด้านนันทนาการ (Recreations) ที่เป็นงานทางด้านกิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ HR ต้องมีบทบาทในการเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมเหล่านี้
( นางสาวชนาวาส บัววงค์ ) 12590013
โดยการการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจริยธรรมในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือประชาชน รวมทั้งสมาชิกอื่นๆ ต้องปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ
ตอบลบ(หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
การสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม
ตอบลบแม้ว่าจะไม่มีมาตรฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมทางจริยธรรม แต่ในทางปฏิบัติองค์กรควรกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้น เพื่อให้บุคลากรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ถึงแม้ว่ามาตรฐานที่กำหนดขึ้นนี้จะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาทางจริยธรรมที่เป็นสากลก็ตาม แต่ถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้บุคลากรสามารถตัดสินใจกับปัญหาทางจริยธรรมได้อย่างเหมาะสม และเข้าใจผลกระทบจากการปฏิบัติก่อนที่จะทำการตัดสินใจ
ขั้นตอนการจัดการกับพฤติกรรมทางจริยธรรม
การสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมถือเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งขององค์กร แต่การรักษามาตรฐานทางจริยธรรมนั้นถือเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการจัดการอย่างแท้จริง การปลูกฝังพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นสิ่งที่เราสามารถจัดการได้ องค์กรสามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การกำหนดกรอบทางจริยธรรมและสร้างหลักความเชื่อถือขององค์กร ซึ่งจะต้องพัฒนากรอบทางจริยธรรมให้ชัดเจน เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในแต่ละประเด็น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานขององค์กร
2. การกำหนดหลักจรรยาบรรณ จรรยาบรรณ (Ethical) คือ ข้อความที่บ่งบอกถึงมาตรฐานเชิงพฤติกรรมอะไรบ้างที่คาดหวังใช้เป็นแนวทางที่เป็นรูปธรรม ในการปฏิบัติและหลักทางจริยธรรมที่องค์กรคาดหวังว่าจะได้รับจากบุคลากร แม้จรรยาบรรณจะไม่ให้หลักประกันเกี่ยวกับพฤติกรรมทางจริยธรรมก็ตาม แต่จรรยาบรรณได้สร้างมาตรฐานเชิงพฤติกรรมให้กับองค์กร การจัดการด้านจริยธรรมโดยทั่วไปเกิดจากความต้องการของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นหลักความเชื่อและจรรยาบรรณ ดังนั้น การสร้างแบบอย่างทางจริยธรรมที่ดีผู้บริหารจะต้องเน้นที่การประพฤติตัวเป็นแบบอย่างมากกว่าการที่จะใช้การพูดหรือการกำหนดแต่นโยบาย
3. การประกาศใช้หลักจรรยาบรรณ องค์กรจะต้องดำเนินการเมื่อพบว่ามีการกระทำที่ละเมิดหลักจรรยาบรรณ ถ้าบุคลากรภายในองค์กรเรียนรู้ว่า ไม่ได้รับการลงโทษเมื่อมีการละเมิดจรรยาบรรณ จรรยาบรรณที่สร้างขึ้นมาจะไม่มีความหมาย การที่องค์กรกำหนดจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่ง่าย แต่การที่จะคงไว้นั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ถ้าต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
4. การฝึกอบรมการประพฤติปฏิบัติจริยธรรม การปลูกฝังจริยธรรมเพื่อสร้างเป็นวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่องค์กรต้องดำเนินต่อจากการสร้างจรรยาบรรณและการประกาศใช้ องค์กรจะต้องแสดงให้บุคลากรเห็นว่าองค์กรได้ตกลงใจ ที่จะปฏิบัติตามหลักจริยธรรมที่องค์กรกำหนดอย่างมั่งคง ซึ่งวิธีกรที่มีประสิทธิผลมากที่สุด คือ การฝึกอบรม เพื่อปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้องให้กับบุคลากรได้ทราบถึงระบบค่านิยมที่ยึดถือปฏิบัติ
5. การเลือกบุคลากรที่เหมาะสม จริยธรรมส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของพื้นฐานของแต่ละบุคคล ดังนั้น การเลือกบุคคลที่มีหลักการและค่านิยมทางศีลธรรมที่ดีจะให้หลักประกันเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดจริยธรรม เพราะการตัดสินใจทางจริยธรรมบุคลากรจะต้องมี ข้อผูกพันต่อจริยธรรมเพื่อให้แก้ไขปัญหาและทำในสิ่งที่ถูกต้องในสถานการณ์ต่าง ๆ
6. การตรวจสอบจริยธรรม เป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการประเมินประสิทธิผลของระบบจริยธรรมเกี่ยวกับเรื่องข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ระบุว่าสิ่งใดดีถูกต้อง และสิ่งใดไม่ได้ไม่ถูกต้อง โดยองค์กรตั้งคณะกรรมการจริยธรรม เพื่อทำการตรวจสอบติดตามผลและทบทวนความเข้าใจในทางปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรม ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านจริยธรรม
7. การสร้างวัฒนธรรมการติดต่อสื่อสาร สภาพแวดล้อมทางจริยธรรมนั้นต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรรายงานการละเมินจริยธรรมที่พวกเขาได้พบเห็นผ่านช่องทางที่เหมาะสม
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
- พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ
ตอบลบ- เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้น
ได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
- พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
- พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
- มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน
- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา
ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่
ตอบลบต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติ
ต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
เช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุง
ให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร
2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความ
เป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษา
พยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น
3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการ
ฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น
4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดย
ไม่ได้รับอนุญาต
6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของ
พนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ
7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การ
ยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(สิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
พนักงาน(Employer) คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญถ้าไม่มีพนักงานอยู่ในองค์กรย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน เช่น งานบางอย่างต้องใช้ความสามารถและความเสี่ยงสูง ควรให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เป็นต้น และควรมีการปรับปรุงให้มีอัตราสูงขึ้นเมื่อกิจการมีกำไร
2.ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต เช่น จัดสถานที่ทำงานและสภาพความเป็นอยู่ของพนักงานถูกสุขลักษณะ มีการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้สวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว เป็นต้น
3.สนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น
4.ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
5.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
6.ศึกษาและทำความเข้าใจพนักงานในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานตรงตามความสามารถ
7.ให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจด้วยการมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8.ให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9.ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(สิริกร ราชมณี 12590084)
พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(สัจจะ ปฎิบัติดี 12590081)
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ตอบลบ- ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของพนักงาน
- ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ
-มีการรับประกันสินค้าในการบริการ
- ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา
-ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม
- ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
Ex.ปตท. ทำโครงการฝายกันนำ้(ถือว่าแสดงความรับผิดชอบ)
- ความรับผิดชอบด้านศาสนาและวัฒนธรรม
- ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
(นางสาวณัฐรี เต่าแก้ว 12590026)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098 )
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
- เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรดังนี้
ตอบลบ-เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
-พูดแต่ความจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวง
-ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
-เคารพผู้อื่นต่อการกระทำ และความคิดไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง
-ไม่ทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตราย
-สร้างการมีส่วนร่วม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
-ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
พนักงาน คือบุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้วพนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
ตอบลบ1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ
3.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
4.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
5.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
นักงาน ( Employer ) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรมีจรรยาบรรณ ดังนี้
ตอบลบ1 ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม
2 ให้สวัสดิการที่ดี ทำให้พนักงานมีสวัสดิภาพในการดำรงชีวิต
3 สนับสนุนพนักงานมีการพัฒนาตนเองเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถโดยการฝึกอบรมสัมมนา รวมทั้ง สนับสนุนด้านการศึกษา เช่น ให้ทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น
4 ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและผลตอบแทน
5 เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงาน
6 ศึกษาความเข้าใจพนักงานด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ เพื่อจัดหน้าที่ของพนักงานให้เหมาะสมกับงาน
7 ให้ความเชื่อถือไว้วางใจด้วยการมอบหมายงาน ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การยอมรับในผลงาน และส่งเสริมสถานภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
8 ให้คำแนะนำปรึกษาด้วยความเต็มใจทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวตามความเหมาะสม
9 ส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมประเทศชาติ
(นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น
5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ
6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ
7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(นางสาว ณัฎฐา กมลศิลป์12590018)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น
5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ
6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ
7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
พนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
ตอบลบเมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้วพนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
1.มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ
3.เคารพกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
4.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
5.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
พนักงานเป็นบุคลากรที่สำคัญและจำเป็นในองค์กร ซึ่งพนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรดังนี้
ตอบลบ- เคารพกฏหมาย ต้องเคารพและปฎิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- พูดแต่ความจริง รวมถึงการไม่มีเจตนาบิดเบียน หลอกลวง หรือใช้ถ้อยคำอันอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในเนื้อหา
- ทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น จงปฏิบัติตอผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อตนเอง
- เคารพผู้อื่น โดยแสดงความเคารพต่อการกระทำ ความคิดและความเห็นของผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
- ไม่ทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหายในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน
- สร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการแดงความคิดเห็น และความต้องการของตนเอง
- ดำเนินการตามความรับผิดชอบที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเป็นการยากที่จะหาผู้อื่นมารับผิดชอบแทน
นายธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
ตอบลบพนักงาน คือ บุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น เมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณแล้ว พนักงานก็ควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร ดังนี้
1.พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ
2.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้น
ได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
4.พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
5.พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
6.มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน
7.มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา
ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
8.ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(วิลาิสนี เกตุแก้ว12590073)
พนักงาน (Employer) คือ บุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ ถ้าไม่มีพนักงานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร ย่อมทำให้ไม่เกิดกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยการมีจรรยาบรรณดังนี้
ตอบลบ1. ทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
2.มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
3.ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
4.เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของผู้อื่น
5.ศึกษาและทำความเข้าใจในด้านอุปนิสัย ความถนัด ความสามารถ
6.สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ
7.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรอย่างไร
ตอบลบ- พัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตนเองโดยการเข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ ที่ทางองค์กรมีการจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยถ้ามีโอกาสที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรทำ
- เคารพสิทธิส่วนบุคคลและความสามารถของพนักงานด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริหารในทุกตำแหน่งภายในองค์กร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้น
ได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
- พนักงานควรให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจแก่องค์กร รวมถึงรับผิดชอบงานที่ได้รับการมอบหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
- พนักงานควรประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
- มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัยในการทำงาน
- มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษา
ไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
- ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจ
(ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
พนักงานโดยทั่วไปควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรอย่างไร
ตอบลบตอบ : พนักงานโดยทั่วไปสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรได้หลายวิธี เช่น
1. ความรับผิดชอบด้านคุณภาพและบริการ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าด้อยคุณภาพ เสีย หรือไม่ตรงตามที่กำหนด
2. ความรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแก่บุคคลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการศึกษาในดานต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม
3. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการ
(อัษฎาวุธ เขตเจริญ 12590106)
-พนักงาน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร เพื่อทำให้การทำงานประสบผลสำเร็จและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ดังนี้
ตอบลบ1. มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
2. มีความรับผิดชอบและรักษาทรัพย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3. ประพฤติและปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตนให้มีผลกระทบต่อนายจ้าง
4. ไม่ประพฤติและปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนายจ้าง ด้วยการกระทำตนเป็นคู่แข่งขันในเชิงธุรกิจการรับผลประโยชน์และเกี่ยวข้องทางการเงินกับคู่แข่งขันของนายจ้าง ซึ่งมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงธุรกิจกับคู่แข่งขัน
5. ไม่ทำงานให้บุคคลอื่น ต้องมีความจงรักภักดีเต็มใจทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มความสามารถ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากนายจ้างก่อนซึ่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำ
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
วิธีที่พนักงานโดยทั่วไปแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กร มีหลายวิธีดังนี้
ตอบลบ1. ด้านคุณภาพและการบริการ จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ
2. ด้านข้อมูลข่าวสารความรู้และการศึกษา การให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้องและครบถ้วน
3. ด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
4. ด้านศาสนาและวัฒนธรรม การผลิตสินค้าและให้บริการโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม หลีกเลี่ยงความล่อแหลมต่อสังคม
5.ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของกลุ่มต่างๆว่าบุคคลกลุ่มต่างๆเหล่านี้ควนมีสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิในการบริการด้านใดบ้าง
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
พนักงาน คือ บุคคลากรที่ทำงานในสำนักงานทั่วไปทั้งส่วนราชการการและเอกชน ส่วนใหญ่หมายถึงข้าราชการระดับ ๑หรือ ๒ หรือผู้ที่ทำงานบริษัท
ตอบลบทำงานให้เหมาะสมกับค่าจ้างและผลตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และลักษณะของงาน
- มีการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยการฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ
- ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการปกครองและการพิจารณาผลตอบแทน
- มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียรและมีวินัย
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)